A- A A+

เมนู

 News14052020 2

             

               วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดอบรมหลักสูตรวิทยากรส่งเสริมคุณธรรม รุ่นที่ 2 ภายใต้โครงการส่งเสริมเครือข่ายทางสังคมต่อต้านการทุจริต ด้วยวิถีวัฒนธรรม (กลุ่มภาคกลาง) ระหว่างวันที่ 20 – 21 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

                ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดและปิดการอบรม การบรรยายพิเศษ คุณธรรมกับการขับเคลื่อนในสังคมไทย โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม การชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการพัฒนาองค์กรคุณธรรมและบทบาทของวิทยากรส่งเสริมคุณธรรม โดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม และการบรรยายพิเศษ “เรียนรู้เครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรม” โดย นายทรงศักดิ์ พิทักษ์มงคล (โครงงานคุณธรรม) นายศิวโรฒ จิตนิยม (ธรรมนูญชุมชน) ดร.อัสนียา สุวรรณศิริกุล (การพัฒนาองค์กรคุณธรรม) และทันตแพทย์ไพรัช กาวประเสริญ (การพัฒนาคุณธรรมเชิงพื้นที่)

               การอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมที่มีองค์ความรู้ซึ่งเกิดจากวิทยากร ผู้เข้าอบรม และผู้มีประสบการณ์ตรง บนหลักการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้มีความรู้ไปประยุกต์ใช้และขยายผลการดำเนินกิจกรรมในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้สนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายวิทยากรส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทยเพิ่มมากขึ้น และยกระดับการสร้างเครือข่ายวิทยากรส่งเสริมคุณธรรมให้เกิดการเกื้อหนุนการทำงานร่วมในมิติด้านต่าง ๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากหน่วยงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมกว่า 160 คน

                 


เขียนข่าว : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม
ภาพถ่าย :  จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 News14052020 2

 

                 เมื่อ 17 กรกฏาคม 2563 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และสื่อสารสู่สาธารณะของศูนย์คุณธรรม  เตรียมชูบทบาท ภารกิจของศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) ที่ดำเนินการส่งเสริม ขับเคลื่อน เชื่อมร้อยองค์กรเครือข่ายคุณธรรมมาอย่างต่อเนื่องให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ พลิกวิกฤติการณ์โควิด ให้เป็นโอกาสโดยการ “ค้นหา ยกย่อง 10 สุดยอดปรากฏการณ์คุณธรรมในสถานการณ์โควิด” เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมในสังคมไทยให้มากขึ้น

                 การประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และสื่อสารสู่สาธารณะ (ครั้งที่1/2563) ครั้งนี้  จัดขึ้น ณ ห้องประชุม๑ ชั้น 16 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ของศูนย์คุณธรรม กำกับทิศทางให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ นโยบายรัฐบาล และสนองตอบต่อความต้องการของภาคีเครือข่ายทางสังคมที่เป็นหุ้นส่วนการพัฒนาและขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม และกำหนดแนวทางการสื่อสารรณรงค์ต่อสาธารณะ โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นประธานอนุกรรมการฯ และมีองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถด้านต่างๆ กว่า 10 ท่าน  อาทิ  ศาสตราจารย์ รณชัย คงสกนธ์  นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต  พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์   นายนพพร เทพสิทธา  นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองศาสตราจารย์ สุริยเดว ทรีปาตี นายศิวโรฒ จิตนิยม นายระวี ตะวันธรงค์ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  นายอุดมธิปก ไพรเกษตร  นางสาวปริยาภา  อมรวณิชสาร  นายฐาณุพงศ์ จันวิวัธน์เวช เป็นต้น

                 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์  กล่าวว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปแนวทางการข้อสรุปแนวทางการพิจารณาคัดเลือก 10 สุดยอดปรากฏการณ์คุณธรรมในสถานการณ์โควิดเป็นทั้งบุคคล/หน่วยงาน ที่ทำกิจกรรม/ผลิตคลิปสื่อ /ผลงานเชิงสร้างสรรค์ /นวัตกรรมที่ทำเกิด Impact ต่อสังคมในช่วงสถานการณ์โควิด หรือเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมแสดงออกถึงความทุ่มเท มุ่งมั่นต่อการป้องกัน แก้ไข ช่วยเหลือสังคมที่ปรากฏเด่นชัด  ควรค่าแก่การยกย่อง จนเกิดผลเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะชัดเจน เพื่อทำการประกาศยกย่อง และถอดบทเรียนแรงบันดาลใจเพื่อเผยแพร่ขยายผลให้เป็นแบบอย่างของสังคมต่อไป  รูปแบบการค้นหาจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานคัดเลือก และพิจารณาคัดเลือกจากการเสนอชื่อผลงานในระดับจังหวัด สื่อมวลชน หน่วยงานภาคส่วนต่างๆ และนำผลงานที่ผ่านหลักเกณฑ์สู่การโหวตผ่านช่องทางสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตัดสินให้ได้ ๑๐ สุดยอดปรากฏการณ์คุณธรรมในสถานการณ์โควิด จัดทำคลิปสั้น ๆ ของ 10 สุดยอดผลงานเพื่อนำเสนอในพิธีมอบรางวัล รูปแบบ Sub title หลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ  จีน ญี่ปุ่น เผยแพร่แบบ World Wile เพื่อให้สังคมโลกได้รับรู้ได้มากขึ้น  

                   นอกจากนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ กล่าวว่าที่ประชุมได้ให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนส่งเสริมคุณธรรมในหลายเรื่อง เช่น การวิเคราะห์ภาคีเครือข่ายทางสังคมที่เป็นแนวร่วมการทำงาน การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ในทุกภาคส่วน  การใช้สื่อหนังสั้น Multi media ผลิตสื่อคุณธรรมที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างสำนึกที่ดีของสังคม  ทำ Campaign Concept ผ่านช่องทางสื่อให้มี Impact ที่สูง รวมทั้งการให้ทุน Corrupt co-operate เปลี่ยนแปลงสังคมให้มีคุณธรรมโดยผ่านสื่อต่าง ๆ   การส่งเสริมให้สังคมเห็นว่าคุณธรรมเป็นหน้าที่ของคนในประเทศ เพื่อสร้างกระแสความตื่นตัวของคุณธรรม เช่น การถอดบทเรียนของจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดพิจิตร ว่า ทำไมคนบุรีรัมย์มีวินัยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ระบาด และจังหวัดพิจิตรในการสร้างเมล็ดพันธ์ความดี ควรนำมาเผยแพร่ พัฒนาให้คนมีคุณธรรม อธิบายให้เข้าใจเพื่อเป็นจุดประกายสำคัญในการดำเนินงาน เช่น พอเพียง จิตอาสา นำมารณรงค์ เป็น Campaign โดยสิ่งสำคัญคือการทำให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถหยุดการแพร่ระบาดโควิดมากกว่าชาติอื่น คือ การมีวินัยของคนในชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งของการมีคุณธรรมของคนในประเทศไทย การสื่อสารให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ “New Normal - New Moral” วิถีใหม่ วิถีคุณธรรม การทำคลิปสื่อออกมาเพื่อมี Key word จุดขายสำคัญในสื่อสาธารณะ โดยเราต้องมีความยืดหยุ่น ตอบโจทย์ร่วมกัน เพื่อจะได้พลังขับเคลื่อน  การใช้ Influencer ด้านต่างๆ เป็นกระบอกเสียงสื่อสารเรื่องคุณธรรมให้เข้าถึงกลุ่มต่างๆ  การสร้าง Reality TV คุณธรรมสำหรับวัยรุ่น สื่อสารให้วัยรุ่นเข้าใจ เน้นความเป็นจริง สร้างออกมาให้เป็นละคร ภาพยนตร์ หรือ Reality สำหรับวัยรุ่นที่สอดแทรกคุณธรรมให้วัยรุ่นคิดเองทำเอง  การสร้าง Global Citizenship แนวคิดสากลนิยม สามารถนำมาใช้ในแผนยุทธศาสตร์ของศูนย์ให้มากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ในประเด็นสำคัญของคนไทยที่เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีรูปธรรม จับต้องได้มากขึ้น เพื่อให้เกิด Impact ต่อภาคประชาชนถึงการกระตุ้นการมีส่วนร่วมภาคประชาชนได้มากขึ้น  และการกำหนด Agenda ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น การสื่อสารที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะทำให้องค์กรรู้จักมากขึ้น ดังนั้นจะต้องกำหนด Agenda
ในทุก ๆ ๖ เดือน ซึ่งศูนย์คุณธรรมมี Content ที่ดีอยู่มากพอ เพียงแต่ถ้าจะหยิบยก และกระตุ้นสังคมให้รับรู้มากขึ้น

                    ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาศูนย์คุณธรรมพบสถานการณ์คุณธรรมที่ทำให้ประชาชนคนไทยรอดพ้นจากโควิดคือความมีวินัยเป็นอันดับหนึ่ง ความรับผิดชอบ ความพอเพียง ความมีน้ำใจ และความสามัคคีตามลำดับ ซึ่งบุคคลที่ทำความดีดังกล่าวควรจะได้รับการยกย่อง  "สำหรับ สถานการณ์ COVID19 ที่ผ่านมา ศูนย์คุณธรรมขับเคลื่อนกิจกรรมไปหลายอย่างอาทิเช่น โครงการ ให้รัก พา เราไป เป็นการประกวดมิวสิคเพลง ประกอบกิจกรรมความดีที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และพัฒนาการดูแลสภาพจิตใจประชาชนด้วยประชาชนที่เรียกว่า กองทัพจิตอาสาพลังบวก และในสภาวะ New normal New Moral นี้จะร่วมแรงร่วมใจกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมที่เป็นบทพิสูจน์ชัดเจนว่า คุณธรรมในคนไทยสู่สังคมทำให้ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมระดับโลก ศูนย์คุณธรรมยินดีสนองนโยบายที่คณะอนุกรรมการขับเคลื่อน ฯ เพื่อเป็นพลังบวกที่สำคัญให้พี่น้องคนไทยต่อไป" นพ.สุริยเดว กล่าว

                 


เขียนข่าว : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม
ภาพถ่าย :  กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 News14052020 2

 

                    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 นางแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ นางสาวสุขุมาล มลิวัลย์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม นายธธงชัย สารอักษร วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี และภาคีเครือข่ายทางสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี 8 เครือข่าย ร่วมประชุมยกร่างประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมและเตรียมการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้การหารือด้านรูปแบบ เนื้อหาเชิงวิชาการ นิทรรศการ กลุ่มเป้าหมาย การบูรณาการความร่วมมือ และร่างกำหนดการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ห้องประชุมเมืองคนดี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

                    ทั้งนี้ นางแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์ กล่าวว่า สุราษฎร์ธานีจังหวัดคุณธรรม ดำเนินการภายใต้ภาคีเครือข่ายทางสังคม 8 เครือข่าย โดยการดำเนินการที่ผ่านมานั้น มีความก้าวหน้าทางด้านกระบวนการในระดับต้น การค้นหาปัญหา/สาเหตุ การรวบรวมเครือข่ายทางสังคม และการกำหนดรูปแบบด้าน “คุณธรรม” ด้าน นายยงจิรายุ อุปเสน กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพฤติกรรม 2 ด้าน ได้แก่ ด้านวินัย และด้านสำนึกส่วนรวม ภายใต้การดำเนินการขับเคลื่อนคุณธรรม 3 ระยะ บนหลักการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในจังหวัด “สุราษฎร์ธานี” โดยได้รับความสนใจจากภาคีเครือข่ายทางสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี 8 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายภาครัฐ เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายภาคการศึกษา เครือข่ายศาสนา เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน และครอบครัว เครือข่ายเด็กและเยาวชน และเครือข่ายสาธารณสุขและอาสาสมัครเพื่อสังคม เข้าร่วม 93 องค์กร จำนวนกว่า 135 คน

                      สำหรับการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สุราษฎร์ธานี เมืองคนดี มีวินัย ใจสะอาดไม่ขาดคุณธรรม” ในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์การประชุมภาคใต้ตอนบน ศาลากลาง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 


เขียนข่าว : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม
ภาพถ่าย :  จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 News14052020 2

               

                    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ นายธีทัต พิมพา วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี และภาคีเครือข่ายทางสังคมจังหวัดอุดรธานี 6 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายภาครัฐ เครือข่ายภาคการศึกษา เครือข่ายธุรกิจเอกชน เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายศาสนา และเครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน ครอบครัว เด็กและเยาวชน ร่วมประชุมยกร่างประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมและเตรียมการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดอุดรธานี ณ ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี (อาคาร 1) จังหวัดอุดรธานี

                    ทั้งนี้ นายวันชัย จันทร์พร กล่าวว่า การขับเคลื่อนคุณธรรมของจังหวัดอุดรธานี ดำเนินการภายใต้หลักของความรับผิดชอบ การช่วยเหลือเกื้อกูล และความมีวินัย บนพื้นฐานการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ซึ่งการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดอุดรธานี เปรียบเสมือนช่องทางในการรวมพล รวมพลัง และพื้นที่ในการรายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนอุดรธานีจังหวัดคุณธรรม

                    ด้าน นายยงจิรายุ อุปเสน กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีเป็น 1 ใน 4 จังหวัดนำร่อง “คุณธรรมเชิงคุณภาพ” โดยมีการผนึกกำลังเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนคุณธรรมให้เป็นเอกภาพ ภายใต้การร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างจิตสำนึกที่ดี ส่งเสริมความมีวินัย และใส่ใจประโยชน์ส่วนรวม โดยได้รับความสนใจจากภาคีเครือข่ายทางสังคมจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วม 87 องค์กร จำนวนกว่า 100 คน

                     สำหรับการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดอุดรธานี มีกำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "ฮักมั่นอุดรธานี เมืองคนดี มีคุณธรรม" ในวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมธนกร 1 ชั้น 3 ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี

 


เขียนข่าว : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม
ภาพถ่าย : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 News14052020 2

           

              ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ     ทิพยประกันภัย  กองทัพภาคที่ 1 มูลนิธิประเทศไทย   ใสสะอาด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิธรรมดี นำคณะครูอาจารย์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ กว่า 30 คน ร่วมเรียนรู้ต้นแบบแนวคิด “ขาดทุนคือกำไร” กับวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ของคนในชุมชนอำเภอกุยบุรี กับกิจกรรม “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา โครงการอนุรักษ์ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แก้ปัญหาคนกับช้างอย่างยั่งยืน ปลูกป่าในใจคน” พร้อมร่วมกันสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้และปลูกฝังคุณธรรม 4 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ให้กับเยาวชนต่อไป โดยได้รับเกียรติจากพลโทธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้การต้อนรับ

               รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวถึง โครงการ “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” ว่า “ศูนย์คุณธรรม ได้จัดทำหนังสือโครงการตามรอยพระราชาที่ คัดสรรแล้วจำนวน 9 เส้นทาง 81 แหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้คณะครูอาจารย์ ลงพื้นที่เรียนรู้ศึกษาศาสตร์พระราชา ลงมือทำกิจกรรมเสริมทักษะเรียนรู้ และต่อยอด พร้อมสร้างความเข้าใจ และเข้าถึงคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา นอกจากนั้น ยังเป็นการสำนึกรู้ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ท่านพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยทุกคน จนก่อเกิดเป็น “ศาสตร์พระราชา” ที่ชาวบ้านนำมาปฏิบัติตามจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น และตามพระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จ    พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เราจะสืบสานรักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป" 

                นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทิพยประกันภัยมีความมุ่งมั่นในการสืบสานศาสตร์พระราชาผ่านการจัดกิจกรรม ‘ตามรอยพระราชา’ อย่างต่อเนื่องในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฏิบัติ     พระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ และสอดคล้องกับปณิธานของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการส่งเสริมความเจริญอย่างยั่งยืนของสังคมไทยในทุกมิติ” โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้พาคณะครู

                 อาจารย์กว่า 30 สถาบัน เดินทางสู่อ่างเก็บน้ำยางชุมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นต้นแบบของแนวคิด “ขาดทุนคือกำไร” ของประชาชนอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำคณะปล่อยพันธุ์ปลาจำนวน 9,999 ตัว ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงรัชกาลที่10 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วย                พระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

                 ต่อด้วยกิจกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่นโดยการนำสัปปะรด มาแปรรูปเป็นกระดาษใบสับปะรด ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นสินค้า OTOP ปี 2559 เป็นหนึ่งสินค้านวัตวิถีที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน สมาชิกบ้านรวมไทย หมู่บ้านต้นแบบด้านการท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสระผม น้ำยาล้างจานจากสับปะรด ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ จากใบสับปะรด ที่ก่อนหน้านี้เคยถูกมองว่าไม่มีค่า จึงถูกนำไปทำเป็นปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร ก่อนจะถูกนำมาเพิ่มมูลค่าจนกลายเป็นสินค้า OTOP ของชุมชนในปัจจุบันและถ่ายทอดสู่คณะครูอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการตามรอยพระราชาในครั้งนี้

                กิจกรรมไฮไลท์ของโครงการตามรอยพระราชาในครั้งนี้ คือการศึกษาศาสตร์ของพระราชา แก้ปัญหาคนกับช้างอย่างยั่งยืน ปลูกป่าในใจคนกับทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งคณะครูอาจารย์ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยทรงมีพระราชดำริให้ปลูกป่า ฟื้นฟูระบบนิเวศ  เพื่อยังความชุ่มชื้นคืนธรรมชาติและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าทั้งปวง ตามพระราชดำรัสคนกับช้างว่า “ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ในป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอ พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมการสร้างฝายชะลอน้ำ ณ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี เพื่อเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ ให้ผืนป่าแห่งนี้มีความชุ่มชื้น และชะลอการไหลของน้ำ ให้ไหลช้าลง ลดการสูญเสียส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ดังแนวคิดการพื้นฟูผืนป่า ตามแนวพระราชดำริ ในการจัดการฟื้นฟูผืนป่าโดยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผืนป่า และสืบสาน ต่อยอด ตามรอยพระราชปณิธาน ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร”

                  ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี กล่าวว่า “ผู้ร่วมกิจกรรมตามรอยพระราชาทุกคนจะได้รับชุดหนังสือภาษาอังกฤษ “King Bhumibol Adulyadej of Thailand” จำนวน 3 เล่ม ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชจริยวัตร และพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นำไปถ่ายทอดแก่นักเรียนผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ให้เยาวชนรุ่นหลังได้รู้จักพระองค์ท่านและสามารถสื่อสารให้ชาวต่างชาติฟังได้ว่า ทำไมคนไทยถึงรักในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งยังให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม”

                   สำหรับกิจกรรมถอดบทเรียนหลังจากการลงพื้นที่เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติแล้วนั้น จะนำโดยนายอดุลย์ ดาราธรรม วิทยากรจิตอาสาจากสมาคมนักเรียนเก่าเอเอฟเอส (TRAFS) ผ่านเกมกระดานสื่อการเรียนรู้ 3 แบบ ได้แก่ “Game of Our Nation” ที่สอดแทรกคุณธรรม 4 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา “The Medici Effect 9” ถอดบทเรียนและต่อยอดสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมจากกิจกรรมตามรอยพระราชา และ “The King's Journey Learn English an Example of an Invention” เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากหนังสือชุด King Bhumibol Adulyadej of Thailand ซึ่งคณะครูอาจารย์สามารถนำนวัตกรรมการเรียนรู้ไปต่อยอดการเรียนการสอนสำหรับเยาวชนต่อไป

                   ปิดท้ายด้วยการมอบหนังสือมรดกแห่งแผ่นดิน จากโครงการปันความรู้สู่สังคมให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านย่านซื่อ และโรงเรียนบ้านรวมไทย และกิจกรรมมอบถุงยังชีพ กองบุญ        “ธรรมดีด้วยใจ ต้านภัยโควิด” มอบให้ชาวบ้าน จำนวน 15 หมู่บ้าน 600 ครอบครัว ได้แก่ หมู่บ้านรวมไทย หมู่บ้านพุบอน หมู่บ้านย่านซื่อ ตำรวจตะเวนชายแดน อุทยานกุยบุรี กรมป่าไม้  โครงการพระราชดำริ  อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอกุยบุรี อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อยและอำเภอสามร้อยยอด โดยมีเป้าหมายทั้งหมด จำนวน 4,000 ครอบครัว ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

                   กิจกรรมตามรอยพระราชา ได้จัดมาแล้วรวม 7 ครั้ง ได้แก่ ชุมชนบ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดจันทบุรีโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ - โครงการหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี เขื่อนขุนด่านปราการชล – ศูนย์ภูมิรักษ์ จังหวัดนครนายก โครงการพัฒนาชุมชนบ้านอ่างเอ็ด จังหวัดจันทบุรี มหาชีวาลัยอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ และ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 


เขียนข่าว : นายจักราชัย  ทองเพ็ชร์  งานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม
ภาพถ่าย : มูลนิธิธรรมดี

 News14052020 2

 

                             วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นำโดย นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ และนายบุญญานนท์ ศรีโท นักวิชาการส่งเสริมคุณธรรม ร่วม”ประชุมสร้างความเข้าใจการจัดทำวีดิทัศน์กรณีศึกษาองค์กร / ชุมชนคุณธรรมต้นแบบ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ซึ่งมีนายธธงชัย สารอักษร วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุมฯ โดยมีผู้นำศาสนา ผู้อำนวยการ/ตัวแทนสถานศึกษา ตัวแทนจากหน่วยงาน / องค์กร ที่ร่วมการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม และนักวิชาการวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ ห้องประชุมนางยวน ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

                              การจัดทำวีดิทัศน์ดังกล่าว จะหนุนเสริมเพื่อให้แกนนำ หน่วยงาน องค์กร ที่เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม และประชาชนทั่วไปได้ศึกษาเรียนรู้องค์ความรู้กระบวนการส่งเสริมคุณธรรม จากการปฏิบัติจริงของหน่วยงานที่ประสบผลสำเร็จมาแล้วจนเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่ และมีความพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับหน่วยงานอื่นๆ โดยแนวทางการจัดทำวีดิทัศน์จะมีสาระ เนื้อหาสั้น กระชับ เข้าใจง่าย เหมาะแก่การเรียนรู้ มีการดึงจุดเด่น ซึ่งเป็นการจุดประกายทางความคิด สร้างแรงบันดาลใจ ให้แก่กลุ่มเครือข่ายทางสังคม ประชาชนทั่วไปทุกระดับ และเผยแพร่ ขยายผลผ่านสื่อดิจิทัล ทั้งนี้ ได้ประสานขอข้อมูลเบื้องต้นและวางแผนการลงพื้นที่เพื่อถ่ายทำต่อไป

 


เขียนข่าว : บุญญานนท์ ศรีโท / กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ
ภาพถ่าย : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

 News14052020 2

 

                             วันที่ 8 กรกฎาคม 2563​ นายภาสกร​ บุญญลักษม์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย​เป็นประธานเปิดการประชุม​ พร้อมด้วยผู้แทน ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ และ นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และภาคีเครือข่ายทางสังคมจังหวัดเชียงราย 13 เครือข่าย ร่วมประชุมยกร่างประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมและเตรียมการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดเชียงราย ณ ห้องประชุมกินรี โรงแรมลักษวรรณรีสอร์ทเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

                              ทั้งนี้ นายยงจิรายุ อุปเสน กล่าวว่า การดำเนินการขับเคลื่อนเชียงรายจังหวัดคุณธรรม ดำเนินการขับเคลื่อนภายใต้ระยะเวลา 3 ปี โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมวางแผน/แสดงความคิดเห็น ภายใต้กลไกเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ด้าน นายภาสกร บุญญลักษม์ กล่าวว่า ผมพูดเสมอว่าเรื่องของคุณธรรมเป็นเรื่องนามธรรมที่จับต้องได้ยาก แต่ในการขับเคลื่อนเชียงรายจังหวัดคุณธรรมในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่จับต้องได้ เนื่องด้วยเรามีแผนและเป้าหมายที่ชัดเจน ภายใต้ 3 เรื่องหลัก คือ เรื่องจิตสำนึกส่วนรวมต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องการแก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงในเด็กและเยาวชน และเรื่องวินัยจราจร โดยคุณธรรมนั้นเปรียบเสมือนแสงสว่างที่งอกเงยขึ้นในจังหวัดเชียงรายอย่างแท้จริง ซึ่งได้รับความสนใจจาก เครือข่ายศาสนา เครือข่ายชุมชนคุณธรรม เครือข่ายเกษตรกรคุณธรรม เครือข่ายเด็กและเยาวชนคุณธรรม เครือข่ายท้องถิ่นคุณธรรม เครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน เครือข่ายสถานศึกษาคุณธรรม เครือข่ายส่วนราชการคุณธรรม เครือข่ายอำเภอคุณธรรม เครือข่ายสาธารณสุขคุณธรรม เครือข่ายสื่อสารคุณธรรม เครือข่ายประชาสังคมคุณธรรม และเครือข่ายธุรกิจคุณธรรม เข้าร่วมจำนวนกว่า 170 คน

                              สำหรับการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดเชียงราย มีกำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด เชียงรายเมืองแห่งคุณธรรม นำพาประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563 ณ จังหวัดเชียงราย

 


เขียนข่าว : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม
ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 News14052020 2

 

                             วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางจุรีพร ขันตี วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และภาคีเครือข่ายจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 9 เครือข่าย ร่วมประชุมเตรียมการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ ห้องดาวดึงส์ โรงแรมวรบุรี อยุธยา รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

                              ทั้งนี้ นายยงจิรายุ อุปเสน กล่าวว่า การขับเคลื่อนพระนครศรีอยุธยาจังหวัดคุณธรรม ดำเนินการขับเคลื่อนบนพื้นฐานความสุขและขยายผลสู่ความยั่งยืน โดยปีที่ 1 ดำเนินการภายใต้การวางแผนโครงสร้าง ปีที่ 2 นำสู่การขับเคลื่อนปฏิบัติ/ขับเคลื่อน และปีที่ 3 ขยายผลสู่การเป็นต้นแบบแห่งการเรียนรู้ ด้าน นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมภายใต้การดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคม อาทิ ตู้ปันสุข โรงทาน และการมอบเครื่องอุปโภคบริโภค โดยการประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นของเครือข่ายต่อร่างประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้เป็นข้อตกลง/แนวทาง และนำไปปรับใช้สู่การปฏิบัติ โดยได้รับความสนใจจากภาคีเครือข่ายจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 9 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายภาครัฐและเครือข่ายหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ เครือข่ายศาสนา เครือข่ายภาคการศึกษา เด็ก และเยาวชน เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายประชาสังคม เครือข่ายองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชน และเครือข่ายการเกษตร เข้าร่วม 69 หน่วยงาน จำนวนกว่า 100 คน

                                สำหรับการจัดงานสมัชชาคุณธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2563 ภายใต้แนวคิด “ชาวอยุธยามีวินัย ใส่ใจส่วนรวม” ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 


เขียนข่าว : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม
ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 News14052020 2

 

                 

          29 มิถุนายน 2563 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมผลิต “รายการฮีโร่ต้านโกง” ตอน สร้างคุณธรรมตามวิถีพอเพียง ณ สวนล้อมศรีรินทร์ ตำบลหนองโน อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี

          ทีมงานเข้าพบและสัมภาษณ์ นายบุญล้อม เต้าแก้ว เกษตรกรและปราชญ์ชาวบ้าน ภายใต้ประเด็ดการสัมภาษณ์ถึงจุดกำเนิดของการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำรงชีวิต และขยายผลสู่ชุมชนรอบข้าง/สังคม เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองและนำไปสู่ความยั่งยืนในการดำเนินชีวิตต่อไป

          สำหรับรายการ ฮีโร่ต้านโกง เป็นรายการเรียลลิตี้ เกี่ยวกับการรณรงค์และต่อต้านการทุจริตในพื้นที่รับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนน่าอยู่ มีสภาพแวดล้อมที่ดี และปราศจากการคอรัปชั่น ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 20.30 - 20.55 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ช่อง 2 HD

 


เขียนข่าว : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม
ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 News14052020 2

 

                  รศ.นพ.สุริยเดว  ทรีปาตี  ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เปิดเผยคุณธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตลอดระยะเวลาที่มีวิกฤตจากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด 19 ระบาดไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย แต่พฤติกรรมการแสดงออกของพี่น้องคนไทย ปรากฎการณ์ดีๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างกว้างขวาง ที่โดดเด่นเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก ที่รวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลรายงานข่าวสถานการณ์คุณธรรมของศูนย์คุณธรรม ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2563 ได้แก่

                        อันดับ 1  การอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ที่เห็นความร่วมมือทั้งหมอ พยาบาล บุคลากรและพี่น้องประชาชนที่ต่างเห็นใจ ให้กำลังใจ ทั้งๆ ที่อยู่ในสถานะวิตกกังวลทุกฝ่าย แต่ทุกฝ่ายร่วมใจกันเป็นพลังสามัคคี

                        อันดับ 2  อาสาสมัคร โดยเฉพาะพี่น้อง อสม. ที่แม้ว่าต้องลำบาก แต่เต็มใจลงพื้นที่ระดับหมู่บ้านช่วยกันคุมเข้ม ให้ข้อมูลช่วยเหลือ และเกิดกระแสจิตอาสา น้ำใจแบ่งปันไปทั่ว

                        อันดับ 3  การบริจาคอาหารและสิ่งของที่มีบุคคล องค์กร หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน ศิลปิน ดารา แบ่งปันเกิดปรากฎการณ์ ข้าวจากอิสานแลกปลาจากภาคใต้ บนความพอเพียงอย่างงดงาม

                        อันดับ 4  ตู้ปันสุข ที่เกิดขึ้นจากกลุ่ม The Little Free Pantry  ที่อยากแบ่งปันอาหาร เครื่องดื่ม แบบที่สามารถแบ่งปันเติมเต็มโดยใช้ตู้กับข้าวเป็นสื่อกลาง จนโด่งดังและแพร่ไปทั่วทั้งประเทศ

                        อันดับ 5  การใช้สื่อ Digital เป็นสื่อกลางส่งกำลังใจทั้งในรูปแบบเพลง คลิปดีๆ แบ่งปัน เกิดการสร้างพลังบวก มิตรไมตรี ต่อทุกสาขาอาชีพแม้แต่นานาชาติ

                        อันดับ 6  ไทยยืน 1 ในอาเซียน ในการมีวินัยและความรับผิดชอบตามกฎระเบียบทั้งการรักษาระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย check in ใช้ระบบไทยชนะ QR code เพื่อคุมสถานการณ์

                        อันดับ 7  วิถีชีวิตแบบใหม่ เกิดพฤตินิสัยที่ทุกคนเริ่มใช้หลักสุขศึกษามาปรับใช้เป็นวิถีชีวิต รวมทั้งการใช้ระบบสื่อสารสนเทศ เทคโนโลยีในการสร้างงานนวัตกรรมมากมาย

            แต่มีคุณธรรมจากด้านที่ยังน่าเป็นห่วงในสังคมไทย ได้แก่

                        อันดับ 8  การกักตุนสินค้า

                        อันดับ 9  การฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน

                        อันดับ 10  ขยะจากพิษโควิด ที่ยังขาดประสิทธิภาพการจัดการ

                         รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวเพิ่มเติมว่า “อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด 19 ทำให้เกิดพฤตินิสัยที่ดีต่อผู้คนทั้งทุกกลุ่มวัย ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกชนชั้นวรรณะ หากพฤตินิสัยที่ดีดำรงอยู่จนเกิดเป็นวิถีแห่งคุณธรรมด้วยจิตสำนึกในผู้คน อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ย่อมส่งผลการยกระดับคุณภาพพลเมืองให้ไทยก้าวสู่ประเทศที่มีคุณธรรม ทั้งพอเพียง มีวินัย สุจริตและจิตอาสา ที่จะส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อสภาวะเศรษฐกิจสังคมอย่างยิ่ง ยืนผงาดในเวทีโลกต่อไป”

 


 

เขียนข่าว : งานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : งานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม