A- A A+

เมนู

Screenshot838x 

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และภาคีเครือข่ายจัดงาน “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑” ภายใต้แนวคิด Sustainability with Moral : New Moral New Normal “คุณธรรมวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ในรูปแบบออนไลน์ Virtual Event พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าชมงาน ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔

       นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม กล่าวในพิธีเปิดงาน “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑” ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid -19) ที่ส่งผลกระทบต่อ
วิถีการดำรงชีวิตของประชาชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ให้ต้องมีการปรับตัวสู่การใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่สำคัญให้กับ หน่วยงาน องค์กร ภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมกระบวนการสมัชชาคุณธรรมครั้งนี้ ที่จะได้ช่วยกัน
หารูปแบบ วิธีการ แนวทางการส่งเสริมและขับเคลื่อนสังคมไทย ให้กลับมาสู่ภาวะปกติสุขได้ด้วยหลักคุณธรรม อย่างไรก็ตามการส่งเสริม “คุณธรรมวิถีใหม่ ให้มีความยั่งยืน” นั้น ปัจจัยความสำเร็จไม่ใช่การมีแผนระดับชาติ หรือการทำงานของหน่วยงานรัฐเท่านั้น เพราะการส่งเสริมปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม จะต้องสร้างกระบวนการขัดเกลา บ่มเพาะ ปลูกฝัง จิตสำนึกของประชาชน และจะต้องประสานความร่วมมือ รวมพลังกับทุกฝ่าย ขับเคลื่อนทั้งในระดับนโยบาย และปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ทั้งหมด

       “นอกจากแนวทางที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติแล้ว การส่งเสริมคุณธรรมควรจะต่อยอดจากความสำเร็จจากงานเดิมที่มีอยู่ และขยายผลออกไปให้กว้างขวาง อีกประการหนึ่ง คือ ทำคุณธรรมจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรม โดยอาจเลือกคุณธรรมสำคัญที่เป็นเรื่องใกล้ตัวและใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ความพอเพียง การมีวินัย มีความสุจริต มีจิตอาสา และกตัญญู เป็นต้น ดังนั้น สมัชชาคุณธรรม จึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆ ให้เกิดการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านคุณธรรม โดยเฉพาะแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๙ -๒๕๖๔ เพื่อจะได้เริ่มแผนฉบับที่ ๒ ในปี ๒๕๖๖ -๒๕๗๐ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมไทยระยะต่อไป”

       ศาสตราจารย์ นายแพทย์รณชัย คงสกนธ์ ประธานกรรมการจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า  ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทางสังคม ๖ ภาคส่วน จัดงาน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑” มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนคุณธรรมวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ในระยะ ๓ ปี เพื่อเป็นเวทีกลางการเชื่อมโยงเครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วน ในการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อขยายผลสู่การปฏิบัติตามบริบทองค์กรและเครือข่ายทุกภาคส่วนต่อไป

       “สำหรับการจัดงานในปีนี้ จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ๑๐๐% หรือ Virtual Event เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid -19) กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย การปาฐกถาพิเศษ “คุณธรรมวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” พิธีมอบรางวัลบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจที่มีพฤติกรรมควรค่าแก่การยกย่อง การประกาศผลรางวัลสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมอวอร์ด ปี ๒๕๖๓ และประกาศยกย่องสื่อสร้างสรรค์ ๙ ประเภท Moral Talk จากผู้สร้างแรงบันดาลใจและศิลปินดาราจิตอาสา อาทิ คุณศิวโรฒ จิตนิยม ปราชญ์ชาวบ้าน ประธานธนาคารความดีตำบลหนองสาหร่าย และประธานเครือข่ายความสุขชุมชน, คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ประธานคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่นและส่งเสริมจรรยาบรรณ หอการค้าไทย, คุณอรจรรยา จันทวรวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทรักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด, คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ตัวแทนศิลปิน/ดาราจิตอาสาผู้ให้และแบ่งปัน,รองศาสตราจารย์นายแพทย์ สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)  มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ไข่มุก รุ่งรัตน์-เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์  พร้อมพูดคุยเรื่องคุณธรรมวิถีใหม่ ในมุมมองของสาวอาสากู้ภัย

       ด้าน รองศาสตราจารย์นายแพทย์ สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่าหัวใจสำคัญของงานนี้คือการเปิดพื้นที่ให้ “คนดีมีพื้นที่ยืน” และ “ความดีมีพื้นที่ในสังคม” โดยใช้โมเดลการขับเคลื่อนคุณธรรมในรูปแบบ “Honey Bee Model Approach” ซึ่งเป็นการนำธรรมชาติของ “ผึ้ง” ที่มีความขยัน อดทน มุ่งมั่น ในการสร้างรังผึ้ง เปรียบเสมือนการสร้าง Network of network ที่คล้ายกับการทำงานของศูนย์คุณธรรมใน ๖ แพลตฟอร์ม ระดมพลังภาคีเครือข่ายร่วมหาทางออกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมหาแนวร่วมการขับเคลื่อนสังคมด้วยมิติด้านคุณธรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านคุณธรรมให้ประชาชน รองรับสถานการณ์วิกฤติและการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการเสวนา รับฟังข้อคิดเห็นต่อแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายทางสังคม ๖ กลุ่มเครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายองค์กรภาครัฐ เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายศาสนา เครือข่ายการศึกษา เครือข่ายสื่อมวลชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน ครอบครัว และเด็กและเยาวชน  ผ่านระบบ zoom การระดมความเห็นจากผู้แทนกลไกคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัด ทั้ง ๗๗ จังหวัด และกลไกระดับกระทรวง ๒๐ กระทรวง จัดทำข้อเสนอต่อแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ เพื่อส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ  เพื่อนำไปส่งมอบให้กับคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ

       นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานสามารถชมนิทรรศการออนไลน์ ที่มีการนำเสนอข้อมูล สื่อ องค์ความรู้ เครื่องมือ
การส่งเสริมคุณธรรม หลักสูตรที่เกี่ยวข้องด้านคุณธรรม กรณีตัวอย่างการส่งเสริมคุณธรรมของสังคมไทยในมิติต่างๆ และการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงประเด็น อาทิ Social credit การขับเคลื่อนองค์กร/ชุมชนต้นแบบคุณธรรม ผลการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ และกระบวนการสมัชชาคุณธรรมในระดับจังหวัดคุณธรรม ๔ จังหวัด/ภาค และสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ  และองค์ความรู้อื่นๆ กว่า ๓๐ รายการ

       ผู้ที่สนใจเข้าชมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อเข้าสู่ระบบการลงทะเบียน จากนั้นกรอกข้อมูลและรอรับอีเมลยืนยันการลงทะเบียนสำเร็จ และเข้าสู่ระบบโดยกรอกอีเมลที่ใช้ลงทะเบียน เพื่อรับชม Virtual Event โดยกดที่ปุ่ม Lobby จากนั้นก็สามารถเข้าชมงานได้ทันที ติดตามข้อมูลการจัดงานได้ที่ www.moralcenter.or.th และ Facebook Fanpage : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ : ฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงาน  กิตติยา พิทักษ์เงินดี  โทร. ๐๙๒-๕๒๓-๒๔๖๘

 

Screenshot838x 

      วันนี้ (24 สิงหาคม 2564) ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดยกลุ่มงานวิจัยนวัตกรรมและระบบพฤติกรรมไทยร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. จัดอบรมออนไลน์ “ก้าวแรกสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมสำหรับองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ” โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน จากองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ

          การอบรมเป็นลักษณะของอบรมเชิงปฏิบัติการ เริ่มโดยจากการแนะนำมาตรฐานด้านคุณธรรมและกระบวนการพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรมที่ทางศูนย์คุณธรรมพัฒนาขึ้น โดยนางสาวธัญลักษณ์ ศรีสง่า หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยนวัตกรรมและระบบพฤติกรรมไทย

          หลังจากนั้นเป็นการทดลองเรียนรู้กระบวนการพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรม โดยอาจารย์ณัช มัศโอดี วิทยากรกระบวนการได้ประยุกต์กระบวนการพัฒนามาตรฐานด้านคุณรรม 7 ขั้นตอน ซึ่งประกอบไปด้วย  1. ประเมินตนเองตามมาตรฐานด้านคุณธรรม  2. วิเคราะห์สิ่งที่ทำได้ดีและโอกาสในการส่งเสริมคุณธรรม  3. ออกแบบภาพเป้าหมายที่ต้องการและกำหนดพันธกิจ การส่งเสริมด้านคุณธรรม  4. กำหนดมาตรฐานคุณธรรมขององค์กร  5. จัดทำแผนส่งเสริมคุณธรรมและกำหนดการวัดผลความสำเร็จ  6. ดำเนินการตามแผนส่งเสริมคุณธรรม  7. ทบทวนผลการส่งเสริมคุณธรรมตามแผนส่งเสริมคุณธรรม มาเป็นกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมการอบรมได้ทดลองทำจริง ผ่านกิจกรรมง่ายๆ เพื่อสร้างความเข้าใจ เช่น การวาดภาพต้นไม้ เพื่อกำหนดเป้าหมายคุณธรรม ข้อคุณธรรมที่สำคัญ และแนวคิดส่งเสริมคุณธรรมที่จะเริ่มขับเคลื่อน และเปิดให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนและซักถาม

          ช่วงท้ายของการอบรม นางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้กล่าวถึงเน้นย้ำถึงความสำคัญในการผลักดันเรื่องการพัฒนาองค์กรคุณธรรม การอบรมในวันนี้ถือเป็นก้าวแรกของการเริ่มขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมขององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ซึ่งทาง สคช. มีแผนการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง

          การจัดอบรมนี้เป็นส่วนหนึ่งภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาและส่งเสริมองค์กรคุณธรรมและมาตรฐานคุณธรรมในระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ระหว่างสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) กับศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดยหลังจากนี้ทั้งสององค์กรจะมีการแผนการดำเนินงานและกิจกรรมร่วมกันต่อไป ทั้งในส่วนของงานพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรม และงานพัฒนากระบวนการรับรองการเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรม

 


ข่าวโดย กลุ่มงานวิจัยนวัตกรรรมและระบบพฤติกรรมไทย

 

 

36129

 

19 สิงหาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม จัดประชุมวิชาการคุณธรรมในพื้นที่ทางสังคม (ออนไลน์) ครั้งที่ 2 หัวข้อ “จิตสาธารณะ กับการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสังคม” ผ่านทาง Facebook Live Moral Spaces ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยแบ่งเป็น 2 Session : Session 1 “จิตสาธารณะและนวัตกรรมทางสังคม : การตั้งรับ & ปรับตัวในสถานการณ์โควิด” และ Session 2 “นวัตกรรมทางสังคม : เครื่องมือในการขับเคลื่อนจิตสำนึกสาธารณะ”


คุณนิธิกร บุญยกุลเจริญ ทีมพัฒนา Website Emergency Alert (บจก. เมตามีเดีย เทคโนโลยี) และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลวิถีใหม่ (Digital New Normal) กล่าวว่า ช่วงแรกที่โควิดระบาดในประเทศไทย บ้านเรายังไม่รู้แม้กระทั่งตัวเลขผู้ติดเชื้อ ซึ่งเป็นปัญหาของสังคมว่าจะรับมือกันอย่างไร ตอนนั้นรู้สึกเพียงว่าเราคือเอกชนที่มีทีมจิตอาสา จึงได้หารือกับทีมและไปดึงข้อมูล Open data ภาพของโควิด จัดทำเป็นเว็บไซต์โดยใช้เทคโนโลยีง่ายๆ อย่าง GPS คือเอาตัวพิกัดโรงพยาบาลมาพลอทกับแผนที่ ซึ่งคนจะรู้ได้ทันทีว่าเมื่อมีโควิดเกิดขึ้นจะไปตรวจโควิดได้ที่ไหนบ้าง ซึ่งตอนที่ทำ มองเพียงว่า 1. ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ คนไม่รับรู้เรื่องของการติดเชื้อ 2. เรามีความรู้ด้านแผนที่จึงทำขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน มันคือนวัตกรรมทางสังคมที่ไม่ได้รายได้จากตรงนี้ เพียงแต่แบบนี้จะต้องมีในสังคม และโดยเฉพาะช่วงนี้จะพบว่า มีคนที่เขาเป็น Active Citizen เกิดขึ้นเยอะมากๆ เวลาที่จะทำอะไรบางอย่างออกสู่สังคม พอต้องการกำลังสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือนักพัฒนาเว็บไซต์ฝีมือดีๆ จะเข้าร่วมสนับสนุนมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งจะเห็นว่าตอนนี้หลายคนตื่นตัวกับเหตุการณ์บ้านเมือง และต้องการใช้ทักษะที่มีอยู่ในมือมาช่วยกันพัฒนา


คุณนิธิกร กล่าวอีกว่า ในระบบหรือแพลตฟอร์มหนึ่ง ๆ สิ่งที่เห็นจะไม่ใช่แค่ Developer นักพัฒนาเว็บไซต์ทำเพียงคนเดียว หลังบ้านยังมี UX UI ดีไซน์เนอร์ออกแบบการแสดงผล มีคนทำหน้าที่ในเรื่องของประชาสัมพันธ์ให้ไปสู่โซเชียลมีเดีย ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมกับระบบหรือแพลตฟอร์มนั้นๆ แม้เทคโนโลยีจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นวัตกรรมไปได้ไกลและไปได้เร็วก็ตาม แต่ก็ต้องมีความหลากหลายของศาสตร์เข้ามาร่วมด้วย ดังนั้น นวัตกรรมทางสังคมในอนาคต คงจะเป็นการ connect the dots คือการต่อจุดของหลายๆ คนขึ้นมา เป็นภาพใหม่ที่ร่วมกันวาดสังคมของเราให้เป็นไปในอีกรูปแบบหนึ่ง จึงอยากให้ใครที่มีไอเดีย มีความคิดแล้วรู้สึกว่าเจอปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำได้ อยากให้ทำออกมาเลย แล้วสังคมพิสูจน์อีกทีว่าสิ่งที่เราทำถูกหรือไม่ก็รับคมกันไป


คุณธเนศ ศิรินุมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และประสานงานต่างประเทศ สมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม (SYSI : เครือข่ายนวัตกรรมคนรุ่นใหม่) กล่าวถึง SYSI เปรียบเสมือนศูนย์บ่มเพาะที่สนับสนุน 4 ด้าน คือ  1. สนับสนุนทุน ซึ่งตอนนี้มีองค์กรเกี่ยวกับ NGOs ที่เชื่อมกับภาครัฐ ให้ทุนกับเด็ก ๆ ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น 2. ให้ความรู้ ไม่ใช่ให้ความรู้ในมุมของวิธีการอย่างเดียว แต่ต้องพาไปเรียนรู้สังคมลึก ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร 3. เป็นพี่เลี้ยง ติดตามเด็ก ทั้งชีวิตและสภาพจิตใจ ซึ่งจะดูแต่นวัตกรรมอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหันมาสนใจตัวคนด้วย และ 4. เป็นเครือข่าย และให้ Network คือ พยายามเรียนรู้ อย่างมีคอนเซป การเปิดพื้นที่ให้คนต่างพื้นที่ ต่างประเด็นมาเรียนรู้เชื่อมโยงกัน เพื่อให้ได้พบช่องทางใหม่ ว่าจะทำอะไรร่วมกันได้ ซึ่งจากที่ได้ทำงานและพูดคุยกับน้องๆ ในหลายๆ ทีม มีความรู้สึกเหมือนกันว่าบุคคลเหล่านี้ เขาคือพลเมืองโลก (Global Citizen) ไปแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตจะต้องยึดโยงกับประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มองประเด็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกันไปหมด


คุณธเนศ กล่าวถึงตัวอย่างนวัตกรรมทางสังคมในช่วงที่โควิดมาใหม่ ๆ พบว่า ยังไม่มีนโยบายหรือกลไกอะไรที่ไปทำกับภาคการศึกษา อย่างโรงเรียน จึงไปจับมือกับสภาพัฒน์ฯ สอนเด็กให้รู้จักโรคระบาด โดยสร้างนวัตกรรมขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์ม มีเกมและความรู้ให้เด็กได้เรียนรู้ว่าโรคระบาดเป็นอย่างไร และอีกโปรเจคส่วนตัว คือ ทำสติ๊กเกอร์สวัสดีวันจันทร์พร้อมกับข้อความการสื่อสารง่ายๆ เกี่ยวกับการให้ความรู้เกี่ยวกับโควิด เพื่อส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่และผู้สูงวัย ด้วยการกระจายไปยังเครือข่ายครอบครัว ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่า นวัตกรรมทางสังคมควรจะมีประโยชน์ และสามารถกระจายไปได้ โดยบางครั้งก็ต้องไปดู Study case จากต่างประเทศมาปรับใช้ อย่างเรื่องการดูแลจิตใจของเด็ก การสับหว่างเวลาเรียน การเรียนออนไลน์ เหล่านี้คือนวัตกรรมเชิงนโยบาย หรือนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน ด้วยเช่นกัน


คุณปฏิพัทธ์ สุสำเภา ผู้ก่อตั้ง Opendream บริษัทที่นำเอาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาช่วยเหลือสังคม กล่าวถึงปัจจัยที่เป็นตัวเร่งให้เกิดความร่วมมือในการทำงานของกลุ่มคนที่เป็น Active Citizen คือ 1. โอกาส ซึ่งโอกาสในที่นี้ คือการมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นตัวเร่งให้ทุกอย่างเร็วขึ้น ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึง หรือช้อปปิ้งการมีส่วนร่วมได้เลยในมุมที่แต่ละคนมีศักยภาพ เช่น มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านหมออาสา ก็สามารถที่จะร่วมทำ Home Isolation ได้ หรือไม่มีความเชี่ยวชาญ แต่มีทุนทรัพย์ ก็สามารถร่วมบริจาคผ่าน Crown funding Online ได้ 2. ภัยคุกคาม ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่คิดว่าไม่ค่อยได้ส่งเสริมให้ได้เกิดการมีส่วนร่วมได้อย่างยั่งยืน คือ การมองทุกอย่างเป็นแนวตั้งในมุมของภาครัฐ ขณะที่ประชาชนมองเป็นแนวขวาง โดยส่วนตัวคิดว่า ประชาชนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐ เพียงแต่รัฐอาจจะต้องอำนวยความสะดวกให้กับแนวขวางร่วมด้วย


“การสร้างนวัตกรรมทางสังคมเป็นเกมยาว อาจจะต้องใช้หนึ่งเจนเนอร์เรชั่น สองเจนเนอร์เรชั่น ในการเปลี่ยนแปลง จุดเดียวที่สำคัญคือ คิดเผื่อไว้ว่าลูกหลาน อย่างยุคผม ยุคคนปัจจุบัน ที่เป็นตัวขับเคลื่อนทางสังคมอยู่ อาจจะมองว่าเบบี้บูมเมอร์จะเป็นปัญหาอะไร อย่างน้อยนึกถึงลูกหลานเรา เขาอาจจะมองเราว่าเป็น ดราม่าบูมเมอร์ ดังนั้น อยากให้ลูกหลานมองเราอย่างไร ก็อย่าทำในสิ่งที่ลูกหลานจะด่าเราได้” คุณปฏิพัทธ์ กล่าวทิ้งท้าย


รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้กล่าวในช่วงท้ายว่า การประชุมวิชาการฯ ในวันนี้ จะเห็นคีย์เวิร์ดหลัก ๆ คือ คำว่า Open Mindset คือทำอย่างไรให้กลายเป็นคนที่เปิดใจพร้อมรับฟังซึ่งกันและกัน , Sustainability ทำอย่างไรให้มีความยั่งยืน เป็นระบบ หรือมีวิธีการอย่างไร ให้เกิดจิตอาสาในรูปแบบต่าง ๆ แบบยั่งยืน แทนที่มาแบบเพียงเฉพาะกิจ และสิ่งหนึ่งคือ วิธีการคิดบูรณาการ ที่จะประสานสิบทิศได้อย่างไร นำเอาความเก่งในแต่ละด้านทุกภาคส่วนมาบูรณาการกัน ซึ่งถ้าทำได้ก็จะดีมาก ทั้งนี้ เรื่องของจิตสาธารณะ ที่มักพูดถึง คือ เรื่องของสภาพจิตใจ ที่ประชากรในบ้านเรานอกจากจะมีความเป็น Active Citizen แล้ว ยังมีจิตใจที่งดงามด้วย พร้อมในการที่จะช่วยเหลือและเอื้ออาทร ซึ่งความเข้าอกเข้าใจกันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

Download PDF Press Release _พบคนรุ่นใหม่พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนวัตกรรมทางสังคม


   

 

36129

 

          วันนี้ (20 สิงหาคม 2564) ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดยกลุ่มงานวิจัยนวัตกรรมและระบบพฤติกรรมไทย จัดประชุมร่วมกับคณะนักวิจัยที่ร่วมพัฒนาโครงการสำคัญตามแผนปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ประกอบไปด้วยงานศึกษาแนวคิดและความเป็นไปได้ในการปรับใช้กลไกระบบเครดิตสังคม (Social Credit) งานพัฒนาดัชนีชี้วัดคุณธรรม งานพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรมและกระบวนการรับรองการเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรม โดยมี รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ร่วมแลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอแนะกับคณะนักวิจัย

          งานศึกษาแนวคิดและความเป็นไปได้ในการปรับใช้กลไกระบบเครดิตสังคม (Social Credit) คณะนักวิจัยจากสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอแนวคิดการดำเนินงานระบบเครดิตสังคมโดยเน้นมุมมองเชิงบวก พัฒนาในระดับครอบครัว ชุมชน/องค์กร และสังคม โดยคำนึงถึงความแตกต่างเชิงพื้นที่ทั้งชนบท กึ่งเมืองกึ่งชนบท และเมือง รวมทั้งได้ให้ข้อเสนอว่าควรหาภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนร่วมกัน

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่าระบบเครดิตสังคมนอกจากขับเคลื่อนเชิงบวกแล้ว ต้องมีโมเดลที่หลากหลาย เป็นระบบเปิดที่มีความยืดหยุ่น กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และเป็นขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยเป้าหมายของเครดิตทางสังคมคือ “เป็นสิ่งที่ชื่นชมคนที่มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป”  

         งานพัฒนาดัชนีชี้วัดคุณธรรม ผศ.ดร.วิไลลักษณ์ ลังกา อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้นำเสนอการพัฒนาดัชนีชี้วัดคุณธรรม ช่วงอายุ 25-40 ปี ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทดลองใช้เครื่องมือ

         งานพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรมและกระบวนการรับรองการเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรม เป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดกันระหว่างคณะนักวิจัยจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ดำเนินงานพัฒนามาตรฐานด้านคุณธรรม และคณะนักวิจัยจากศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ดำเนินงานพัฒนากระบวนการรับรองการเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรม โดยประเด็นสำคัญในการแลกเปลี่ยน คือการเชื่อมร้อยงานมาตรฐานด้านคุณธรรมกับงานพัฒนากระบวนการรับรองเข้าด้วยกัน โดยทั้งสองงานอยู่บนหลักของการมององค์กรเป็นระบบชีวิต (Living system) และมาตรฐานด้านคุณธรรมคือเครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาองค์กร ขณะที่กระบวนการรับรองเป็นเครื่องมือในการหนุนเสริม ประเมินผลเพื่อการพัฒนา

       รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้ให้แนวทางการเชื่อมโยงงานของทั้งสองส่วนว่ากระบวนการต้องเป็นพลังบวก ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามบริบทได้ และเป็นกระบวนการแบบเสริมพลังบวก (Positive empowering) โดยเครื่องมือที่น่าจะนำมาใช้ เช่น AI: Appreciate Inquiry (กระบวนการตั้งคำถามเชิงสร้างสรรค์) DE: Development Evaluation (การประเมินผลเชิงพัฒนา)

       การดำเนินงานหลังจากนี้ ทางศูนย์คุณธรรมจะจัดการประชุมแลกเปลี่ยนการดำเนินงานของโครงการสำคัญของแผนขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปประเทศ (Big Rock) ด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการงานต่อไป

 


ข่าวโดย กลุ่มงานวิจัยนวัตกรรมและระบบพฤติกรรมไทย

   

 

 

36129

 

19 สิงหาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม จัดประชุมวิชาการคุณธรรมในพื้นที่ทางสังคม (ออนไลน์) ครั้งที่ 2 หัวข้อ “จิตสาธารณะ กับการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสังคม” ผ่านทาง Facebook Live Moral Spaces ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยแบ่งเป็น 2 Session : Session 1 “จิตสาธารณะและนวัตกรรมทางสังคม : การตั้งรับ & ปรับตัวในสถานการณ์โควิด” และ Session 2 “นวัตกรรมทางสังคม : เครื่องมือในการขับเคลื่อนจิตสำนึกสาธารณะ” 

.
คุณคุณาวุฒิ บุญญานพคุณ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า นวัตกรรมทางสังคม คือ สร้างความรู้ใหม่ สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม และต้องสร้างความยั่งยืนไปด้วย นวัตกรรมจึงจะทำต่อเนื่องได้ และองคาพยพของการพัฒนานวัตกรรม ต้องดูเรื่องของชุมชน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนควบคู่กันไป ขณะที่ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ภาคเอกชน ภาครัฐ หรือคนรุ่นใหม่ มีความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมได้ไม่แพ้ประเทศอื่นๆ เพียงแต่ยังขาดการบริหารจัดการร่วมกัน หรือแม้แต่เรื่องของการเชื่อมโยงในการดึงนวัตกรรมที่สำเร็จแล้วนั้นมาขยายผลต่อ 
.
คุณคุณาวุฒิ ฉายภาพจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง กรณีหากวิกฤติโควิดสิ้นสุดลง อาทิ ประเด็นด้านสุขภาพ พบว่า ผู้คนส่วนใหญ่ มากกว่า 75% กังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่มาจากโควิด-19 ในระดับปานกลาง ส่งผลให้คนทำประกันสุขภาพโควิด-19 มากขึ้น และกลัวต่อโรคที่มาจากสถานที่ สิ่งของ หรือผู้คนที่มาจากความเสี่ยง, ประเด็น Digital Transformation ซึ่งมีการปรับตัวมาใช้ระบบออนไลน์กันมากขึ้น มีตลาดขายของออนไลน์โตถึง 79% ภาครัฐเอง มีการใช้ข้อมูลแบบ Big Data ที่ใหญ่มากขึ้น หรือแม้แต่แพลตฟอร์มเดลิเวอร์รี่ต่างๆ ก็จะเติบโตขึ้นในอนาคต ในทางตรงข้าม ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม ช่วงสองสามปีต่อจากนี้ นักท่องเที่ยวจะลดลงเรื่อยๆ เกิดการชะลอตัวของภาคการผลิต หลายโรงงานต้องปิด Work from Home ทำให้ Value Chain ทำได้ค่อนข้างยาก จากสภาวะดังกล่าว หากบ้านเราไม่รีบพัฒนาแพลตฟอร์มหรือนวัตกรรมเข้ามาตอบโจทย์ หรือแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะทำให้ตามไม่ทัน และเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากในอนาคต 
.
คุณคุณาวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับจิตสาธารณะกับการพัฒนานวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาคเอกชน ภาคประชาชนทั่วไป ปัจจุบันนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะนำจิตสาธารณะมาขับเคลื่อนนวัตกรรม เนื่องจาก เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น นวัตกรรมก็มักจะมากับการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำมาแก้ปัญหา อาจจะเรียกว่า พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ในการที่จะให้จิตสาธารณะเกิดขึ้นในสังคมไทย และนวัตกรรมเพื่อสังคมกับจิตสาธารณะจริงๆ แล้วสามารถไปด้วยกันได้ อย่างประเด็นในเรื่องการพัฒนาคน การศึกษา ควรเป็นลำดับแรกที่อาจจะต้องหานวัตกรรมเข้ามาเสริมมากขึ้น นวัตกรรมสำหรับคนทุกช่วงวัย ก็เป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อรับมือกับวิกฤติใหม่ ๆ เช่น ในอนาคตเกิดสังคมเมืองมากขึ้น ปัญหาการขยายตัวของสังคมเมือง ที่ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพ หลายหัวเมืองเริ่มมีปัญหา การเตรียมคนที่พร้อมจะมาแก้ปัญหาและขับเคลื่อนปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมเมือง และสุดท้ายคือนวัตกรรมที่สามารถสร้างความสุขให้กับคนไทย เพราะสังคมต่อจากนี้เราจะพบปัญหาความเครียด ความวิตก ความซึมเศร้ามากขึ้น  
.
ดร.รณกร ไวยวุฒิอาจารย์ด้าน Innovation Project และ Sustainable Development สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า Innovation คือการสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา หาความท้าทาย หาโอกาสใหม่ๆ แต่สุดท้ายแล้ว Innovation ต้องแปลงกลับมาให้ได้ในรูปแบบของผลประโยชน์ ผลกำไร หรือมีคุณค่าต่อสังคม เช่น ตอบโจทย์ทำให้ชีวิตดีขึ้น หรือสุขภาพดีขึ้น และสิ่งสำคัญ คือ Innovation ต้องเริ่มที่ Mindset การสร้าง Innovation จะต้องเริ่มที่คน (People) เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนสภาพแวดล้อม และอื่นๆ คือองค์ประกอบ ไม่ว่าจะสร้าง Social Innovation หรือ Innovation ทั่วไป ต้องเริ่มที่การปลูกฝัง Mindset ก่อน แล้วค่อยทำให้ Mindset นั้นขยายขึ้นไป โดยการ ใช้ tool, Framework ของ Innovator หรือ Design Thinking เพื่อให้ประสบการณ์นั้นดีขึ้น 
.
ดร.รณกร กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ว่า สมัยนี้โลกเปลี่ยนไปมาก ทำให้เด็กและเยาวชนสมัยนี้ เข้าถึงข้อมูลความรู้ ได้ง่ายมาก และการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายนั้น ส่งผลให้ Mindset ของเด็กเปลี่ยนไปเร็วมาก ๆ พอได้เข้าใจ ก็อยากที่จะสร้างนวัตกรรมมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ดีมากอย่างหนึ่ง คือ เด็กรุ่นนี้มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ เด็กจะมีโอกาสได้ลองทำ ลองเรียนรู้จากความล้มเหลว ซึ่งจะทำให้มีความอยากในการที่จะสร้างนวัตกรรมมากขึ้น ดังนั้น นวัตกรรมจะเกิดไม่ได้เลยถ้าไม่ลองทำ 
.
“Mindset เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะก่อนจะเปลี่ยนนวัตกรรม เปลี่ยนองค์กร เปลี่ยนอะไรก็ตาม เราต้องเปลี่ยนตัวเองให้ได้ก่อน เวลาเราเจอปัญหามักจะมีอยู่สองวิธี คือ เรามองว่าเราเคยแก้ปัญหานี้ไปแล้วหรือยัง ถ้าเคย และแก้ได้ เรามักจะใช้วิธีเดิม อีกวิธีคือ ถ้าเราไม่เคยแก้ เราต้องหันไปมองคนข้างๆ เราก็เสิร์ชกูเกิ้ล สุดท้ายถ้า Mindset สอดคล้องและตรงกับสิ่งที่เรากำลังจะไป ทักษะพอมี และสามารถฝึกได้ ไม่น่ามีปัญหา และก็ต้องปรับตัวให้เร็วที่สุด เชื่อว่าไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรก็ตามแต่ เรารอดได้ เราสามารถที่จะมีชีวิตอยู่รอดได้” ดร.รณกร กล่าวทิ้งท้าย
.
คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการ Enterprise Brand Management Office SCG กล่าวว่า ความเชื่อมโยงระหว่างนวัตกรรมทางธุรกิจ และนวัตกรรมทางสังคม สามารถตอบโจทย์กันได้แม้ในภาวะปกติ หรือสถานการณ์โควิดด้วยก็ตาม ซึ่งการจะสร้างนวัตกรรมเหล่านี้ได้ ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่าง การมีนวัตกรรมป้องกันโควิดของเอสซีจีที่ออกมาได้อย่างรวดเร็ว อย่างเตียงสนามกระดาษเอสซีจี ห้องไอซียู/ห้องป่วยฉุกเฉินโมดูลาร์ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เพราะมีพื้นฐานจากเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว และนำมาปรับใช้ แต่ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีเรื่องเดียวเท่านั้น ต้องผนวกกับ Mindset ของพนักงานที่มีอยู่ในแต่ละ Sector ซึ่งเขาต้องมีความสนใจต่อปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น จึงเกิดขึ้นได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ซึ่ง Mindset และ Speed คือองค์ประกอบที่สำคัญมาก 
.
คุณวีนัส กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำจิตสาธารณะมา มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า เวลาที่คนไทยร่วมกันกันทำเรื่องจิตสาธารณะ จะมีความ Active มาก มีคนจำนวนมากที่อยากจะมาร่วมทำ เพียงแต่ต้องการคนเริ่มต้น ต้องการระบบที่เป็นระเบียบ มีเป้าหมายว่าเราจะชัดเจนถึงไหน และสำหรับคนรุ่นใหม่ คนไทย มีจิตอาสาในตัวอยู่แล้ว เพียงอาจต้องการระบบการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติให้ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ ระเบียบ มีผู้นำ แผนงาน อย่างเป็นขั้นตอน ถ้ามีตรงนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไร ก็สามารถที่จะร่วมระดมคนที่มีความรู้ความสามารถต่าง ๆ 
มาช่วยกันได้ 
.
“การมีแพลตฟอร์มที่จะสนับสนุนคนรุ่นใหม่ หรือว่ามีสถาบันที่สอนเด็กๆ เยาวชน คนรุ่นใหม่ ให้ใช้นวัตกรรมมาผสมผสาน ซึ่งคาดหวังว่า นอกจากนวัตกรรม ก็ควรจะมีระบบในการที่เราจะช่วยเหลือวิกฤติต่างๆ 
ที่เข้ามาได้อย่างรวดเร็วว่องไว เป็นระบบ ระเบียบ แล้วก็มาช่วยกันในการทำให้ Mind set soft side ในการเป็นจิตอาสา จิตสาธารณะ ยังคงมีอยู่ในสังคมไทยที่เราไม่ทิ้งกัน” คุณวีนัส กล่าวทิ้งท้าย

 

Download PDF Press Release _จิตสาธารณะและนวัตกรรมทางสังคม


   

 

 

Screen Shot 2021 08 16 at 2.04.55 PM

 

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการจัดงาน “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑” ภายใต้แนวคิด Sustainability with Moral : New Moral New Normal “คุณธรรมวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ในรูปแบบออนไลน์ Virtual Event 

       ศาสตราจารย์ นายแพทย์รณชัย คงสกนธ์ ประธานกรรมการจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์ของสังคมไทยในปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔ โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid -19) และเหตุการณ์ความรุนแรง ความขัดแย้งของคนในสังคมไทย ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน มีแนวโน้มเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพิ่มขึ้น รัฐบาลให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศด้านการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้หน่วยงานองค์กร เครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วน และคณะกรรมการจัดงานฯ ได้ตระหนักถึงสภาพปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน และหน่วยงานองค์กรทุกภาคส่วน เวทีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติครั้งนี้ จึงเป็นพื้นที่หนึ่งที่จะระดมพลังภาคีเครือข่ายร่วมหาทางออกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมหาแนวร่วมการขับเคลื่อนสังคมด้วยมิติด้านคุณธรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านคุณธรรมให้ประชาชน รองรับสถานการณ์วิกฤติและการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จึงได้ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทางสังคม ๖ ภาคส่วน  มีกำหนดจัดงาน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑” ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ ภายใต้กรอบแนวคิด Sustainability with Moral : New Moral New Normal “คุณธรรมวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นเป้าหมายหลักในการทำงานระยะ ๓ ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีกลางการเชื่อมโยงเครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วน ในการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมในวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อขยายผลสู่การปฏิบัติตามบริบทองค์กรและเครือข่ายทุกภาคส่วนต่อไป

       ด้านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า การจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑ ถือเป็นครั้งสำคัญและเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ที่ศูนย์คุณธรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ โดยเฉพาะกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งหัวใจสำคัญที่สุดของการขับเคลื่อนคุณธรรมก็คือ “คนดีมีพื้นที่ยืน” และ “ความดีมีพื้นที่ในสังคม” โดยใช้โมเดลการขับเคลื่อนคุณธรรมในรูปแบบ “Honey Bee Model Approach” ซึ่งเป็นการนำธรรมชาติของ “ผึ้ง” ที่มีความขยัน อดทน มุ่งมั่น ในการสร้างรังผึ้ง เปรียบเสมือนการสร้าง Network of network ที่คล้ายกับการทำงานของศูนย์คุณธรรมใน ๖ แพลตฟอร์ม โดยมีเครือข่ายทางสังคม  ๖ เครือข่ายหลักที่นำพาสิ่งดี ๆ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เทียบเคียงกับธรรมชาติของผึ้งที่ตอมแต่สิ่งดี ๆ จากดอกหนึ่ง ไปยังอีกดอกหนึ่งนั่นเอง ซึ่งนี่คือแนวการทำงานแบบ Appreciate Inquiry (AI) ที่ศูนย์คุณธรรมกำลังทำ คือการแบ่งปันความดี ใช้พลังบวก ให้เกิดตัวอย่างที่ดี สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ ให้เกิดการ โชว์-แชร์-เชื่อม นำสิ่งที่ดีมาขยายผล ในสังคมนั่นเอง

       “แนวโน้มสถานการณ์คุณธรรมในช่วงสถานการณ์โควิด-๑๙” พบว่า ทำให้ประชาชนเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมคุณธรรมอย่างน้อย ๔ ประการ ที่ยังคงอยู่เป็นวิถีแห่งชีวิต คือ ๑.พอเพียง รู้จักประมาณตน ไม่ประมาทในชีวิต ๒.มีวินัย มีความเกรงใจ เคารพกติกาของสังคม รับผิดชอบต่อส่วนรวม ๓.สุจริต ซื่อตรงต่อตนเอง ต่อส่วนรวม ไม่กอบโกยหรือทำเพื่อส่วนตัว ๔.จิตอาสา มีน้ำใจช่วยเหลือ แบ่งปัน ทั้งแรงกาย เงินทุน สิ่งของและอื่น ๆ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน ขณะเดียวกันแนวโน้มสถานการณ์ข่าวโควิด-๑๙ ตั้งแต่ช่วงเดือน มกราคม-กรกฎาคม ๒๕๖๔ พบว่า มีการนำเสนอข่าวด้านลบประมาณ ๑๕% ในขณะที่ข่าวด้านบวกมีการนำเสนอประมาณ ๕% ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ทำไมภาวะปัจจุบันประชาชนจึงเกิดความเครียดสะสมที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือหนึ่งในสถานการณ์ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องหาทางออกร่วมกัน ว่าจะทำอย่างไรให้ในแต่ละวันมีข่าวด้านดีเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มพลังบวกให้ประชาชนมีความสุขมากขึ้น และออกมาร่วมกันทำความดีให้สังคมส่วนรวมต่อไป”

       การจัดงาน “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๑” ในปีนี้จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ๑๐๐% หรือ Virtual Event เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Covid -19) โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ “การส่งเสริมคุณธรรมในวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” พิธีมอบรางวัลบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจที่มีพฤติกรรมควรค่าแก่การยกย่อง ครั้งแรกกับ การประกาศผลรางวัลสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมอวอร์ด ปี ๒๕๖๓ และมีการยกย่องสื่อสร้างสรรค์ ๙ ประเภท กิจกรรม Moral Talk จากผู้สร้างแรงบันดาลใจและศิลปินดารา การเสวนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นต่อแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมวิถีใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายทางสังคม ๖ กลุ่มเครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายองค์กรภาครัฐ เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายศาสนา เครือข่ายการศึกษา เครือข่ายสื่อมวลชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน เด็กเยาวชนและครอบครัว ผ่านระบบ zoom

       การระดมความเห็นจากผู้แทนกลไกคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัด ทั้ง ๗๗ จังหวัด และกลไกระดับกระทรวง ๒๐ กระทรวง  จัดทำข้อเสนอต่อแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ เพื่อส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อนำไปส่งมอบให้กับคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรแห่งชาติต่อไป นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานสามารถชมนิทรรศการออนไลน์ในรูปแบบ Virtual Event Exhibition ที่มี

       การนำเสนอข้อมูล สื่อ องค์ความรู้ เครื่องมือการส่งเสริมคุณธรรม หลักสูตรที่เกี่ยวข้องด้านคุณธรรม กรณีตัวอย่างการส่งเสริมคุณธรรมของสังคมไทยในมิติต่างๆ และการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงประเด็น อาทิ Social credit การขับเคลื่อนองค์กร/ชุมชนต้นแบบคุณธรรม ผลการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ และกระบวนการสมัชชาคุณธรรมในระดับจังหวัดคุณธรรม ๔ จังหวัด/ภาค และสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ  และองค์ความรู้อื่นๆ กว่า ๓๐ รายการ    

       ผู้ที่สนใจเข้าชมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อเข้าสู่ระบบการลงทะเบียน จากนั้นกรอกข้อมูลให้และรอรับอีเมลยืนยันการลงทะเบียนสำเร็จ เมื่อถึงวันจัดงานเข้าสู่ระบบโดยกรอกอีเมลที่ใช้ลงทะเบียน เพื่อรับชม Virtual Event โดยกดที่ปุ่ม Lobby จากนั้นก็สามารถเข้าชมงานได้ทันที

ติดตามข้อมูลการจัดงานได้ที่ www.moralcenter.or.th และ Facebook Fanpage : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand


ขอบพระคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ :ฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงาน  
กิตติยา พิทักษ์เงินดี  โทร. ๐๙๒-๕๒๓-๒๔๖๘

   

 

 

Screen Shot 2021 08 16 at 2.04.55 PM

 
          16 สิงหาคม 2564 ณ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ : ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการพัฒนาศูนย์ให้คำปรึกษา กศน. ในรูปแบบ Learning and Mind Care System เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร กศน. ให้มีองค์ความรู้ ทักษะการให้คำปรึกษา การแนะแนวทางโดยใช้จิตวิทยาพลังบวก เสริมสร้างการเรียนรู้และคุณธรรมแก่นักศึกษา กศน. ด้วยหลักสูตรต้นทุนชีวิต รวมถึงร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาระบบดูแลผู้เรียน ด้วยกระบวนการสะท้อนความคิดผ่านศูนย์การให้คำปรึกษา กศน. เพื่อเสริมสร้างให้นักศึกษา กศน. เกิดทักษะชีวิตและจิตสำนึกทั้งต่อตนเองและสังคม โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติเป็นประธานและสักขีพยานในการลงนาม พร้อมด้วย รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) , ดร.ศรีชัย พรประชาธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ , ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน. พร้อมด้วยผู้บริหารร่วมลงนาม ผ่านระบบออนไลน์โปรแกรม Zoom Meeting
.
            นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนไทย เกี่ยวกับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม กอรปกับนโยบายการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเด็นด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ( พ.ศ.2559 - 2564) ในการส่งเสริมและพัฒนาคนไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และการมีแนวโน้มสู่สังคมปัจเจกบุคคล ซึ่งทุกภาคส่วนของสังคมควรมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา นอกจากนี้สถานการณ์ปัญหาสังคมไทยยิ่งนับวันจะรุนแรงมากขึ้น ทั้งจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่แข่งขันกันอย่างเสรี มีการต่อสู้ทางการตลาดที่กระตุ้นให้ผู้คนนิยมการบริโภคผ่านสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมทั้งวัฒนธรรมในยุคปัจจุบัน ส่งผลทำให้โครงสร้างของสังคมไทยอ่อนแอ เด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งเติบโตและได้รับการหล่อหลอม จากบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก และส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพคนให้มีจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ที่มีคุณธรรม และเป็นคนดีของสังคม ดังนั้น การผนึกกำลังความร่วมมือกันส่งเสริมและพัฒนาเชื่อมโยงงานครั้งนี้ของทั้งสองกระทรวง จะเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยน และขับเคลื่อนกระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมการให้คำปรึกษา และการแนะแนวทั้งด้านการเรียนรู้ เสริมพลังบวกให้แก่นักศึกษา กศน. รวมถึงเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายอันจะเป็นประโยชน์แก่เด็กและเยาวชนไทยในวิถีใหม่ต่อไป
.
            รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ทางศูนย์คุณธรรม ได้ร่วมสนับสนุนด้านวิชาการ องค์ความรู้ นวัตกรรมส่งเสริมคุณธรรม และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในการส่งเสริมทักษะการให้คำปรึกษาและการแนะแนวให้กับบุคลากรในสังกัดสำนักงาน กศน. รวมถึงการร่วมพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาของศูนย์ให้คำปรึกษา กศน. ในรูปแบบ Learning and Mind Care System โดยหลังจากที่มีการ MOU แล้วนั้น จะมีการดำเนินการจัดอบรมหลักสูตร “ต้นทุนชีวิต” ผ่านทางระบบออนไลน์ ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ถึงกระบวนการสร้างเสริมต้นทุนชีวิต โดยใช้จิตวิทยาพลังบวก ที่คำนึงถึงระบบนิเวศน์ของเด็กและเยาวชน และเกิดทักษะชีวิต จิตสำนึกทั้งต่อตนเองและสังคมที่ตนเองอาศัยอยู่
.
“บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการพัฒนาศูนย์ให้คำปรึกษา กศน. ในรูปแบบ Learning and Mind Care System นี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างผลักดันพลังบวกให้กับเยาวชนขึ้นมาได้ โดยผ่านกระบวนการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร กศน.ให้มีองค์ความรู้ และทักษะการให้คำปรึกษา รวมทั้งการแนะแนวโดยใช้จิตวิทยาเชิงบวก เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และคุณธรรมให้กับ นักศึกษา กศน. ต่อไปได้ในอนาคต” ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าว
.
             ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน. กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกัน ระหว่าง กศน. และศูนย์คุณธรรม ว่า การตกลงร่วมมือกันในการดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์ให้คำปรึกษา กศน. ในรูปแบบ Learning and Mind Care System มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร กศน. ให้ได้รับการพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาและการแนะแนว ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ให้มีองค์ความรู้ ต้นทุนชีวิต ทักษะ 5 ด้าน และจิตวิทยาที่เสริมพลังบวก ในการบริหารจัดการ และสร้างระบบ Learning and Mind Care System ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่มุ่งเน้นให้ “พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มีความรู้ ความสามารถ และมีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน และจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่มีคุณภาพ เช่น กิจกรรมจิตอาสา การจัดตั้งชมรม/ชุมชน และกิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ”
.
ซึ่งจะร่วมกันส่งเสริม และพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา กศน. โดยให้คำปรึกษาทางวิชาการองค์ความรู้ สนับสนุนหลักสูตรสื่อ นวัตกรรมส่งเสริมคุณธรรม และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ สำหรับการพัฒนาบุคลากร กศน. ในการพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาและการแนะแนว เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศูนย์ให้คำปรึกษา กศน. ในรูปแบบ Learning and Mind Care System และเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา กศน. ต่อไป

Press Release MOU ศคธ.-กศน 

 Download PDF


   

 

Screenshot (614)

 

9 สิงหาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดย กลุ่มงานวิจัยนวัตกรรมและระบบพฤติกรรมไทยร่วมประชุมนำเสนอกรอบแนวคิดโครงการศึกษาและพัฒนากระบวนการรับรององค์กรคุณธรรม จาก ดร.ศักดิ์ชัย อนันต์ตรีชัย และคณะนักวิจัยศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

          การประชุมนำเสนอใน 6 ประเด็น คือ 1. ความท้าทายของกระบวนการรับรองในต่างประเทศ 2. กระบวนการรับรองของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 3. กระบวนการรับรองของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล องค์การมหาชน (สรพ.) 4. ความคิดเห็นเบื้องต้นต่อกระบวนการรับรององค์กรคุณธรรม 5. กรอบทฤษฎีแนวคิดของกระบวนการรับรอง 5. กรอบมโนทัศน์ (Conceptual framework) กระบวนการรับรององค์กรคุณธรรมเบื้องต้น 7. ระบบนิเวศของกระบวนการรับรององค์กรคุณธรรม

          งานวิจัยที่กำลังพัฒนาตั้งอยู่บนกรอบแนวคิดที่ว่าองค์กรเป็นระบบชีวิต (Living system) และกระบวนการรับรองการเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรมให้ความสำคัญกับ 3 หลักคิด คือ 1. การสร้างแรงบันดาลใจ (inspiring) 2. การเสริมพลัง (empowering) และ 3. การขับเคลื่อน (driving) ที่มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในองค์กรเป็นสำคัญ

          โครงการศึกษาพัฒนากระบวนการรับรองการเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรมเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของแผนขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปประเทศ (Big Rock) ด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยกระบวนการทำงานหลังจากนี้ คณะนักวิจัยจะดำเนินการศึกษาและสัมภาษณ์เชิงลึกกับบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง และประมวลผลมานำเสนอความก้าวหน้าต่อไป

 


ข่าวโดย ธัญลักษณ์ ศรีสง่า กลุ่มงานวิจัยนวัตกรรมและระบบพฤติกรรมไทย

  

 

messageImage 1628496212798

 

 

วันที่ 9 สิงหาคม 2564 เวลา 13.30 น. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดประชุมออนไลน์ผ่านระบบแอพพลิเคชั่น Zoom ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และแกนนำเครือข่ายคุณธรรมจังหวัดเชียงราย โดยมีนายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เป็นประธานการประชุม มีนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ประธานเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะทำงานประชาสังคมคุณธรรม นางอรนุช ชัยชาญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะทำงานเครือข่ายเด็กและเยาวชนคุณธรรม นางสาวปรียาภรณ์ พูลศรี ผู้จัดการสำนักพัฒนาองค์ความรู้นวัตกรรม และสื่อสารสนเทศ และนายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยผู้แทนเครือข่ายภาคประชาสังคมและเครือข่ายเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมประชุม จำนวน 27 คน จาก 15 หน่วยงาน เพื่อเตรียมหารือถอดบทเรียนความสำเร็จการขับเคลื่อนคุณธรรมของเครือข่ายทางสังคมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย กรณีเครือข่ายประชาสังคม และเครือข่ายเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการสมัชชาคุณธรรม และแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559-2565) โดยที่ประชุมได้ระดมความเห็นเพื่อออกแบบ เสนอแนวทางถอดบทเรียนความสำเร็จ การสร้างสรรค์กิจกรรม ในยุค New Normal พร้อมร่วมมองอนาคตการขับเคลื่อนคุณธรรมของเครือข่ายทางสังคมสู่การเป็นจังหวัดคุณธรรมเชียงรายต้นแบบ
ทั้งนี้ นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การถอดบทเรียนความสำเร็จในครั้งนี้ เริ่มต้นจากเครือข่ายทางสังคมในจังหวัดเชียงราย ที่มีความพร้อม มีศักยภาพ มีความโดดเด่นถือเป็นเครือข่ายนำร่อง และมีแผนคัดเลือกโมเดลองค์กรคุณธรรมต้นแบบจากคุณสมบัติสำคัญได้แก่ มีหลักคุณธรรมเป้าหมายที่ยึดถือร่วมกัน หลักการมีส่วนร่วม อันได้แก่การมีกลไก กระบวนการทำงาน การมีส่วนร่วมของสมาชิกเครือข่าย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานส่งผลให้พื้นที่หรือองค์กรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การยอมรับในความเป็นต้นแบบจากสังคม และความมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมายสู่ความยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัย
แม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ยินดีเป็นทีมวิชาการสนับสนุนกระบวนการถอดองค์ความรู้ เพื่อดึงความสำเร็จของเครือข่ายสู่การเป็นโมเดลต้นแบบเชิงคุณธรรม ผลลัพธ์จากงานนี้จะส่งผลให้เครือข่ายมีความเข้มแข็ง เกิดการบูรณการทำงานร่วมกัน โดยจะจัดทำเป็นวิดีทัศน์เพื่อจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมนำมารณรงค์ สื่อสารต่อสาธารณะเพื่อมุ่งสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ พร้อมเผยแพร่ขยายผลแก่เครือข่ายและจังหวัดอื่นๆ ในปีที่ 3 ต่อไป


ภาพและข่าวโดย จีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

  

306155

 

“วีระ” หนุนศูนย์คุณธรรมปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรม 8 โครงการสำคัญ ปี 2566 ตอบโจทย์ห่วงโซ่คุณค่าของประเทศ – แผนปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม พร้อมชื่นชมการขับเคลื่อนงานของศูนย์คุณธรรม

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์คุณธรรม ที่มี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ เป็นประธานกรรมการฯ มีมติเห็นชอบเสนอ 8 โครงการสำคัญของศูนย์คุณธรรมปี 2566 ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนห่วงโซ่คุณค่าของประเทศไทย (Final Value Chain Thailand) ในโครงการสำคัญปี 2565 และดำเนินการจัดทำโครงการสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่สามารถส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทย่อยเป้าหมายแผนแม่บทประเด็น และเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมสำหรับห้วงระยะเวลาที่ 2 ระหว่างปี 2566 – 2570

โดย รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรม ได้ดำเนินการจัดทำโครงการสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 8 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่อง ได้แก่ 1. โครงการส่งเสริมการพัฒนาองค์กรคุณธรรมสู่มาตรฐานคุณธรรม 2. โครงการนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย และ 3. โครงการสมัชชาคุณธรรม เป็นโครงการใหม่ จำนวน 5 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่ศูนย์ฯ ทำหน้าที่ในการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก 2 โครงการ ได้แก่ 1.พัฒนากลไกระบบเครดิตสังคม (Social Credit System) 2. โครงการส่งเสริมและขยายผลบุคคลและองค์กรต้นแบบด้านคุณธรรม และเป็นหน่วยงานสนับสนุน 3 โครงการ คือ 1.โครงการครอบครัวคุณธรรมพลังบวก 2. โครงการเสริมสร้างศักยภาพนักรณรงค์สื่อสารคุณธรรม 3. โครงการสื่อสารเสริมสร้างคุณธรรมของสังคมไทย

ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการใหม่ที่เสนอในบทบาทของหน่วยงานสนับสนุนนั้นเป็นการนำเรื่ององค์ความรู้และนวัตกรรมเข้าไปช่วยสนับสนุนหน่วยงาน/องค์กรต่าง อย่างโครงการครอบครัวคุณธรรมพลังบวก ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, โครงการเสริมสร้างศักยภาพนักรณรงค์สื่อสารคุณธรรม โดยใช้หลักสูตรสื่อคุณธรรมขยายฐานนักสื่อสารมวลชนและรณรงค์ส่งเสริมด้านคุณธรรมให้เกิดขึ้นในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และโครงการสื่อสารเสริมสร้างคุณธรรมของสังคมไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำให้เกิดพื้นที่ของสื่อคุณธรรมมากขึ้น

“โครงการสำคัญในปี 2566 ที่ศูนย์คุณธรรมจะนำเสนอนั้น มีโครงการสำคัญใหม่ที่เกี่ยวข้องในฐานะหน่วยงานหลักอย่างการพัฒนาระบบกลไกเครดิตทางสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรม Big Rock ที่สำคัญภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาควิชาการและกลไกเครือข่ายในพื้นที่และหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันขับเคลื่อนทั้งในเชิงเนื้อหาและเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางและต่อยอดการนำไปใช้ได้อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม สำหรับโครงการส่งเสริมและขยายผลบุคคลและองค์กรต้นแบบด้านคุณธรรม
เป็นภารกิจที่ศูนย์ฯ ดำเนินการและพัฒนากิจกรรมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้จัดทำโครงการสื่อสร้างคุณธรรมอวอร์ด ปี 2563 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อแขนงต่างๆ 9 ประเภทส่งผลงานเข้ามาพิจารณา” รศ.นพ. สุริยเดว กล่าว

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ในฐานะประธานกรรมการฯ กล่าวชื่นชมการการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการของศูนย์คุณธรรมที่มีมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดย 8 โครงการสำคัญดังกล่าวนั้น สอดคล้องกับแผนแม่บทประเด็น (10) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม และตอบโจทย์แผนขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) ซึ่งคณะอนุกรรมการด้านวัฒนธรรม ภายใต้คณะกรรมการปฏิรูปด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

“สำหรับโครงการที่นำเสนอมานั้นเป็นโครงการที่ดี และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อยู่เสมอ และสอดรับกับแผนปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม ควรมีการนำเสนอไปยังคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติด้วย เพื่อให้เกิดการประสานงานกันทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติ ระดับหน่วยงาน และนำเข้าสู่แผนปฏิรูปประเทศในปี 2566 ต่อไป” นายวีระ กล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ : ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ