A- A A+

เมนู

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

19 มกราคม 2565 เวลา 10.00 น. รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหาร เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการ ติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศ การจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม โดยมี พลเอก ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ เป็นประธานในที่ประชุม เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานของศูนย์คุณธรรม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Cisco Webex Meetings)
.
รศ.นพ. สุริยเดว กล่าวถึงผลงานของศูนย์ที่ผ่านมา อาทิ งานสมัชชาคุณธรรมระดับพื้นที่ สมัชชาคุณธรรมระดับชาติในรูปแบบไฮบริดครั้งแรก งานส่งเสริมวิทยากรคุณธรรมและองค์กรคุณธรรม พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านคุณธรรมความดี ด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ Moral Digital Platform เพื่อสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชนในรูปแบบ On Air Online และ On Ground
.
รวมถึงผลการดำเนินงานตามมติ ครม. ขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปประเทศ (Big Rock) ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายคือ 1) ดัชนีชี้วัดคุณธรรมคนไทย ช่วงอายุ 25-40 ปี และต้นทุนชีวิต/ทุนชีวิต เด็กและเยาวชน ช่วงอายุ 12-25 ปี เพื่อวัดระบบนิเวศคุณธรรมด้วยการฟังเสียงสะท้อน 2) คัดเลือกชุมชนท้องถิ่นที่โดดเด่นและเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านคุณธรรม จำนวน 205 แห่ง 3) ยกย่องสื่อส่งเสริมคุณธรรม โครงการสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมอวอร์ด ปี 2563 (Moral Media Award 2020) จำนวน 9 ประเภท 27 ผลงาน และ 4) ร่างกรอบแนวคิดการพัฒนาระบบเครดิตทางสังคมในประเทศไทย (Social Credit) เพื่อสร้างรากฐานในการกระตุ้นการแสดงพฤติกรรมเชิงบวก
.
ทั้งนี้ คณะอนุฯ กมธ. ทุกท่าน ต่างกล่าวชื่นชมการทำงานของ ผอ.ศคธ. และ ผลงานของศูนย์ ที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่ประจักษ์ และมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมคุณธรรมของประเทศ และยังกล่าวให้กำลังใจ ผอ.ศคธ. ขอให้อยู่ทำงานกับศูนย์ฯ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่อไปอีกสมัยหนึ่ง


เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานนโยบายและยุทธศาสตร์


 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 14 มกราคม 2565 รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการศูนย์คุณธรรม, คุณอดุลย์ ดาราธรรม สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย นำทีมวิทยากรส่งเสริมคุณธรรม Sustainability c Moral รุ่นที่ 1 ร่วมนำเสนอผลงานในรูปแบบคลิปวิดีโอ “ศาสตร์พระราชา” ผลงานการถ่ายทอดของผู้เข้าร่วมโครงการฯ นำเสนอต่อ ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการนำศาสตร์พระราชาไปถ่ายทอดต่อชุมชนและสังคม ณ ห้องประชุมชั้น 3 มูลนิธิชัยพัฒนา
.
สำหรับผลงานที่นำเสนอ อาทิ ผลงานคลิปวิดีโอ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย - นาเฮียใช้ โดย คุณนิทัศน์ เจริญธรรมรักษา และคุณจิตติมา ภูษณะพัฒษ์, โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ โดย นางสาวพัชร์ลิตา ปิยะศรัญเวทย์ (Miss Tourism World เขตบางคอแหลม) และนางสาวภัทรพรรณ เรือนนาค (Miss Tourism World เขตหนองแขม) และโครงการ กับดักขยะทะเล Trap the Sea Trash โดย คุณนันทพล วิชัยดิษฐ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
.
ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวชื่นชมกับวิทยากรหลากหลายรุ่นทุกท่านที่สนใจศึกษาเรื่องราวของศาสตร์พระราชา ทั้งนี้ โจทย์สำคัญที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงใช้เวลากว่า 70 ปี คือพยายามชี้ให้ได้เห็นว่าเราจะบริหารชีวิตอย่างไรกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเราซึ่งถือเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต และนอกจากจะเป็นเรื่องของจิตใจ ความรัก ความเมตตา แล้วนั้น เหนือสิ่งอื่นใด ก็คือ ความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง และคนรอบข้าง ทั้งนี้ยังได้กล่าวให้กำลังใจ และให้ความเชื่อมั่นต่อการถ่ายทอดนำเสนอของคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถนำเทคโนโลยีการสื่อสารมาเสนอได้อย่างน่าสนใจ บวกกับสาระที่สื่อสารเนื้อหาออกไปก็ถือเป็นหัวใจสำคัญด้วยเช่นกัน ที่จะทำให้การถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง


เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม


 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 11 มกราคม 2565 เวลา 09.30 น. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นำโดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม พร้อมด้วย นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ และทีมนักวิชาการส่งเสริมคุณธรรม กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมฯ เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 - 2570) ณ ห้องประชุม กรมการศาสนา ชั้น 2 กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ZOOM) โดยมีนายสำรวย นักการเรียน รองอธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานการประชุม, นายมานัส ทารัตน์ใจ ที่ปรึกษากรมการศาสนา, ดร.ประเสริฐ เล็กสรรเสริญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เกียรติร่วมประชุม พร้อมด้วย นายอนุชา หะระหนี ผู้อำนวยการสำนักเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 25 คน โดยที่ประชุมได้ชี้แจงการเสนอแผนระดับที่ 3 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตามแนวทางของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พ.ศ.2566 - 2570 ทั้งนี้มีแผนเสนอเข้าครม. ภายในเดือนมีนาคม 2565 ต่อไป
.
แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พ.ศ. 2566 - 2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมในหลักธรรมของศาสนา วิถีประเพณีและชีวิตวัฒนธรรมไทย และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นคุณค่าหลักและนำการพัฒนาในสังคมไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และคุณธรรมจริยธรรม เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความพร้อมในทุกมิติตามมาตรฐานและสมดุลทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรมจริยธรรม มีจิตวิญญาณที่ดี เข้าใจในการปฏิบัติตนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมดีขึ้น คนไทยและสังคม นำคุณธรรมมาเป็นคุณค่าหลักนำการพัฒนา ดำรงชีวิต วิถีชุมชน และการดำเนินงานของหน่วยงาน/องค์กร ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภาคีการพัฒนามีบทบาทในการขับเคลื่อนคุณธรรมเพื่อพัฒนาสังคมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบและเสริมสร้างขีดความสามารของกลไกเพื่อการขับเคลื่อนและส่งเสริมคุณธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพคนและองค์กรเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนคุณธรรม และการทำความดีที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ผ่านดัชนีคุณธรรม 5 ประการ คือ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู” โดยจะมีการนำเสนอร่างแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าวต่อคณะอนุกรรมการด้านวิชาการการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทย และคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ก่อนนำเข้า ครม.ตามกระบวนการต่อไป


ข่าวโดย กลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

ภาพโดย  กรมการศาสนา

 


 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 11 มกราคม 2565 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นำโดย รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม, นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการศูนย์คุณธรรม พร้อมด้วยผู้บริหาร เข้าพบ คณะผู้บริหาร บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เนื้อหาส่งเสริมคุณธรรม โดยมี รศ. เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมตึกอำนวยการ 1 ชั้น 6 บมจ. อสมท สำนักงานใหญ่



 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ประกาศเจตนารมณ์ ไม่ทนต่อการทุจริต การไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด จากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ 2565

 

วันที่ 10 มกราคม 2565 รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ไม่ทนต่อการทุจริต การไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด จากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณ 2565 ผ่านทางระบบออนไลน์โปรแกรม Zoom

 

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรมมีวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรมเครือข่ายทางสังคมด้วยพลังบวก สนับสนุนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรม การพัฒนามาตรฐานคุณธรรมและกระบวนการรับรองการเป็นองค์กรส่งเสริมคุณธรรมของเครือข่ายทางสังคม เพื่อพัฒนาคุณธรรมที่เหมาะสมสู่สังคมไทย การส่งเสริมให้เครือข่ายทางสังคมได้โชว์ แชร์ เชื่อม ในงานสมัชชาคุณธรรมตั้งแต่ระดับจังหวัด ภูมิภาคสู่สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อมุ่งให้ “คนดีมีพื้นที่ยืน และความดีมีพื้นที่ทางสังคม”

 

ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวต่ออีกว่า ด้านการบริหารจัดการองค์กร ศูนย์คุณธรรมเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ที่มุ่งมั่นการเป็นองค์กรสุจริต และให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่เข้มแข็ง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรมทุกคน จึงขอประกาศและยืนยันการ “งดรับและงดให้” ของขวัญและของกำนัลทุกชนิด จากการปฏิบัติหน้าที่ตลอดทั้งปี ในทุกเทศกาลและไม่ใช่เทศกาล ทั้งนี้เพื่อป้องกันการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เป็นธรรม และไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างสรรค์สังคมคุณธรรมสืบไป

 


ข่าวโดย กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)


 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดเสวนา ครอบครัวพลังบวก Live EP.4 "กลเม็ดคดีเด็ดในครอบครัว” เผยแพร่ผ่านทาง Facebook Live ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
.
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ เรามีประมาณ 20 ล้านครอบครัว ซึ่งปัจจุบันบริบทของครอบครัวก็มีโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม โดยเริ่มเห็นครอบครัวที่มีลักษณะเป็นนิวเคลียร์ แฟมิลี่ (Nuclear Family) หรือ ครอบครัวขนาดเล็กมากขึ้น ไปจนถึงครอบครัวที่มีลักษณะเป็น Home Alone ก็คือ เด็กใช้ชีวิตอยู่คนเดียว และในจำนวนนั้นทราบข้อมูลจาก UNICEF มีประมาณ 3 ล้านคน ที่เรียกว่า พ่อแม่มีชีวิตอยู่แท้ๆ แต่ไม่ได้เลี้ยงลูก กลายเป็นว่า เป็นครอบครัวแหว่งกลาง ครอบครัวหย่าร้าง มีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และในจำนวนนั้นมีอยู่ประมาณ 5 - 6 แสนคน เป็นเด็กปฐมวัย อายุน้อยกว่า 6 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ต้องการพ่อแม่มากๆ แต่วันนี้นมีปัญหาเกิดขึ้น โดยข้อมูลจากสถานการณ์คุณธรรมสังคมไทย ปี 2564 จะเห็นว่า เกิดปัญหาในมิติสังคมภาพรวมมากขึ้น และเห็นได้ชัดเจนจากข่าวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พบว่า ครอบครัวใช้ความรุนแรงมากขึ้น และอีกหลายๆ เรื่องที่พ่อแม่ยังไม่เข้าใจทั้งเรื่องกฎหมาย รวมทั้งยังทำหน้าที่ได้มีสมบูรณ์พอ
.
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 แบ่งปันถึงประเด็นความรุนแรงในครอบครัวว่า พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก นอกจากนี้พ่อแม่ยุคปัจจุบันต้องปรับตัวให้เข้ากับเด็ก
รุ่นใหม่ เน้นความเข้าใจ อย่าใช้ความคาดหวังของคนรุ่นเก่าเข้าไปตีกรอบ จนลูกปิดบัง ลูกไม่พูด ลูกไม่มองว่าพ่อแม่สำคัญ ถ้าทุกคนเข้าใจวิถีชีวิตและบริบทในวันนี้ เราจะปรับตัวได้
.
คุณสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม กล่าวว่า สังคมตอนนี้ อยู่ในยุคที่สภาวะครอบครัวหลายครอบครัวมีความเสี่ยง เคสต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากครอบครัวที่เลี้ยงลูกตามลำพัง เช่นเกิดขึ้นกับเด็กที่มีพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งขาดการประเมินสภาพ จึงส่งผลต่อภูมิคุ้มกันหรือต้นทุนชีวิตของเด็กเหล่านั้น โดยจากประสบการณ์ส่วนตัว มีโอกาสได้คุยกับน้องๆ อายุประมาณ 12 - 14 ปี ซึ่งเป็นผู้ประสบความรุนแรงทางเพศ พ่อแม่แยกทางกัน และอาศัยอยู่ในพื้นที่สีเทา (มีธุรกิจครอบครัวเป็นสถานอาบอบนวด) เด็กจะได้เรียนรู้การขายบริการอาบน้ำนวด เนื่องจากเขาเติบโตมากับสภาพแวดล้อมแบบนั้น ซึ่งอยากให้นึกตามว่า เด็กจะมีพฤติกรรมเลียนแบบหรือไม่? ในขณะที่พ่อและแม่ก็ไม่ได้ดูแลตลอดเวลา
จึงอยากสะท้อนให้เห็นว่า สภาพแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเด็กอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกชักนำ ชักจูง ให้เป็นฮีโร (แต่เป็นฮีโร่ในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม) ก็อาจจะทำให้ก้าวพลาดได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่
.
ดร.มยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แลกเปลี่ยนการทำงานในพื้นที่พบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวรูปแบบต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องร้องของพ่อแม่ฟ้องร้องบุตร
ที่บุตรไม่ดูแลหลังจากที่พ่อแม่ยกสมบัติให้ จนศาลพิพากษาเพิกถอนทรัพย์สมบัติ เนื่องจากประพฤติเนรคุณ ดังนั้นความรุนแรงในครอบครัวควรมีแนวทางการแก้ไขทั้งในระดับชาติ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายขับเคลื่อนเรื่องของสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก สิทธิของสตรี ในระดับสังคมมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน ในระดับจังหวัดควรมีการสร้างระบบพี่เลี้ยงชุมชน ใช้หลัก “บวร” หรือ บ้าน วัด โรงเรียน เข้ามามีส่วนร่วม บูรณาการกับทางหน่วยงานภาครัฐ ส่วนในระดับครอบครัว คนในครอบครัวต้องสังเกตและขอความช่วยเหลือ เมื่อพบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
.
คุณกุสุมา พนอนุอุดมสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวถึง ประเด็นความรุนแรงเกิดจากสถาบันครอบครัวยังไม่ได้ทำหน้าที่ ดูได้จากสถานการณ์ความรุนแรงในรอบ 6 ปี ที่ผ่านมา มีผู้ถูกกระทำความรุนแรงกว่า 9,386 ราย เฉลี่ย 130 รายต่อเดือน เมื่อดูสถิติของ ปี 2564 พบ เพศหญิง 81% เป็นผู้ถูกกระทำความรุนแรง ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน ภายใต้แนวคิด “ความรุนแรงภายในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องภายในครอบครัว เราต้องช่วยกัน” เมื่อพบเหตุความรุนแรงในครอบครัวสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1300 หรือ ผู้มีจิตอาสา เช่น อพม. อสม. นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ www.เพื่อนครอบครัว.com สามารถให้คำปรึกษาทุกปัญหาที่เกี่ยวกับครอบครัว โดยจะเป็นการให้คำปรึกษาแบบส่วนตัว มีการรักษาความลับ
.
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวถึงประเด็น mentality health ว่าในทางกฎหมายเมื่อพ่อแม่ต้องรับผิดชอบเวลาลูกกระทำความผิด อาจต้องคำนึงประเด็น mentality health หรือเรียกว่า สุขภาพจิตบกพร่องของเด็กด้วย หากพ่อแม่พยายามเลี้ยงดูลูกอย่างดีแล้ว แต่ลูกมีปัญหาสุขภาพจิตบกพร่อง หรือเป็นเด็กเลี้ยงยาก ไม่สนใจ หรือมีลักษณะของ Antisocial Personality Disorder (พฤติกรรมเกเร)
ก็อาจจะยากสำหรับพ่อแม่ที่จะดูแลเด็ก รวมถึงต้องดูวิธีประพฤติปฏิบัติของพ่อแม่ ซึ่งจะแบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.ไม่มีความรู้ไม่มีทักษะ 2.มีความรู้แต่ไม่มีทักษะ 3.มีทั้งความรู้ มีทักษะแต่ขี้เกียจเลี้ยงลูก ข้อนี้ต้องใช้กติกา 4.เสียโอกาสในการเลี้ยง และ 5.ไม่สมควรเป็นพ่อแม่ กลุ่มนี้ต้องเข้าไปจัดการ
.
ผศ.ดร.ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรสันติศึกษา มจร. กล่าวสรุปเป็นภาพรวมว่า ประเด็นความรุนแรงในครอบครัว ไม่ใช่หน้าที่ของผู้นำชุมชนเพียงอย่างเดียว แต่เราทุกคนต้องร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เริ่มจากตัวเราหลังจากนั้นช่วยดูแลเพื่อนบ้าน คอยสังเกตและทำบทบาทของแต่ละคนให้เต็มที่
.
ติดตามชมการเสาวนาฉบับเต็ม ย้อนหลังได้ที่ Facebook เพจศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand

 


เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม


 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นำโดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม พร้อมคณะทำงานติดตามประเมินผลการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมของอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
.
กิจกรรมช่วงเช้า ได้เข้าเยี่ยมชมการขับเคลื่อนคุณธรรม ณ ที่ว่าการอำเภอดอนสัก โดยมี นายชัชชัย มณี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนางกฤษณา หิรัญรัตน์ ปลัดอำเภอฝ่ายบริหารงานปกครอง พร้อมทั้งภาคีเครือข่ายส่วนราชการและกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้การต้อนรับพร้อมทั้งนำเสนอการขับเคลื่อนคุณธรรมของอำเภอมีแนวคิดคือ ดอนสักอำเภอน้อมนำความพอเพียง โดยมีการน้อมนำหลักการทรงงานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักปฏิบัติ เริ่มทำจากจุดเล็ก เกิดจากสิ่งเล็กๆ สร้างแรงบันดาลใจในตัวเองและในองค์กร มีการศึกษาข้อมูล ใช้หลักการทำงานแบบระเบิดจากข้างใน สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยใช้หลักบวร บ้าน ชุมชน วัดโรงเรียนและส่วนราชการ มีคณะทำงานติดตามประเมินผลแบบเสริมพลังฯ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
.
กิจกรรมช่วงบ่าย ลงพื้นที่เยี่ยมชมการขับเคลื่อนคุณธรรม ศูนย์การเรียนรู้บ้านไร่ ชายน้ำ ฟาร์มนก ตำบลปากแพรก มีฐานการเรียนรู้ 7 ฐาน 1.บ้านไร่ชายน้ำฟาร์มนก 2.บ้านไร่ 9 เจริญ 3.บ้านไร่รวมใจ 4.บ้านไร่ใบอ่อน 5.กลุ่มวิสาหกิจบ้านดินแดง 6.บ้านไร่ใบเขียว 7.บ้านไร่พอดี แต่ละแห่งจะมีการบริหารจัดการที่แตกต่างกันไป ดึงความโดดเด่นตามที่มีในชุมชนขึ้นมาร่วมกันพัฒนาจนเกิดเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของตำบลปากแพรก

 


เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม


 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นำโดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาคุณธรรมและความร่วมมือนานาชาติ ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และ 8 ภาคีเครือข่ายทางสังคม ร่วมหารือเพื่อเตรียมการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีจังหวัดคุณธรรม ปีที่ 3 ภายใต้โครงการสมัชชาคุณธรรมและแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ณ ห้องประชุม CD โรงแรมวังใต้ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
.
นายยงจิรายุ อุปเสน กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและหน่วยงานองค์กรเครือข่ายทางสังคมภาคส่วนต่างๆ ทั้ง 8 เครือข่าย ในการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่จังหวัดส่งเสริมคุณธรรม เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณธรรมที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแนวทางของแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559-2564) ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 ได้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายทุกภาคส่วน เกิดการขับเคลื่อนคุณธรรมภาพรวมทั้งจังหวัดตามคุณธรรมเป้าหมาย มีกลไกขับเคลื่อนและกลไกการติดตามขยายผลอย่างเป็นระบบ มีเครื่องมือองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนคุณธรรมของกลุ่มเครือข่าย และมีการถอดบทเรียนความสำเร็จการขับเคลื่อนคุณธรรมของเครือข่ายและองค์กรต้นแบบด้านคุณธรรม ตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มเครือข่ายภายในงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างเข้มข้น เพื่อให้การขับเคลื่อนจังหวัดส่งเสริมคุณธรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
.
โดยได้รับเกียรติจาก นายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ของการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างการมีส่วนร่วม มีการจัดกระบวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อหาแนวทาง การขับเคลื่อน และแก้ไขปัญหาร่วมกัน มีการกำหนดเป้าหมาย สู่ความสำเร็จในเชิงพฤติกรรม ในการสร้างจิตสำนึก “วินัย” และการเสริมสร้าง “จิตสำนึกสาธารณะ” “การเห็นแก่ส่วนรวม” และ “การเป็นคนดี” ภายใต้คุณธรรมหลัก รวมกัน “สุราษฎร์ธานี เมืองคนดี มีวินัย ใส่ใจส่วนรวม” จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความพร้อมก้าวเข้าสู่จังหวัดคุณธรรมต้นแบบในปีที่ 3 มีตัวอย่างชุมชนองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ และมีเครื่องมือในการขยายผล เป็นต้นแบบให้กับสังคมอย่างเข้มแข็ง แต่ยั่งยืนต่อไป
ด้าน นายธธงชัย สารอักษร วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฏร์ธานี กล่าวถึงการประชุมหารือภาคีเครือข่ายทางสังคมเพื่อเตรียมการขับเคลื่อน จังหวัดคุณธรรม “จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ปีที่ 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อให้การ ขับเคลื่อนกลไกเครือข่ายทางสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานีของ 8 เครือข่าย เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เกิดการผนึกกำลังบูรณาการ ทั้งทรัพยากร องค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกื้อหนุนการทำงานซึ่งกันและกัน อันจะก่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีพลัง มีความเข้มแข็งในภาพรวมของเครือข่ายจังหวัดสุราษฎร์ธานี
.
สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม มีทั้ง 8 ภาคีเครือข่ายทางสังคม ได้แก่ เครือข่ายภาครัฐ เครือข่ายศาสนา เครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน และครอบครัว เครือข่ายการศึกษา เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายสาธารณสุขและอาสาเพื่อสังคม เครือข่ายเด็กและเยาวชน และเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เข้าร่วม 103 หน่วยงาน จำนวนกว่า 153 คน

 


เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม


 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

วันที่ 23 ธันวาคม 2564 รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้รับเชิญเป็นวิทยากร บรรยาย หัวข้อ "เศรษฐกิจพอเพียงกับการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมและการนำประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตของข้าราชการ" ในโครงการส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จัดโดย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ณ ห้องประชุมสัมมนา B1-2 ชั้น B 1 อาคารรัฐสภา (ตึกกลาง) โดยมีบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมรับฟังกว่า 50 คน

 

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้ชวนผู้เข้าร่วมคิดทบทวน และแสดงความคิดเห็น ถึงการตีความหมาย คำว่า คุณธรรม ว่าแต่ละท่านให้ความหมายว่าอย่างไร โดยให้ความเห็นไว้ว่า คุณธรรม จะต้องเกิดขึ้นจากวิถีชีวิต เป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิต รวมทั้ง ยังได้สะท้อนถึงวิธีการทำงานของศูนย์คุณธรรมด้วยวิธีการจับถูก ไม่ใช่การจับผิด แปลงลบให้กลายเป็นบวก รวมทั้ง แนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมด้วยโมเดลฮันนี่บี เปรียบเสมือนผึ้งที่เลือกตอมแต่สิ่งดีงาม ผึ้งไม่ตอมขยะ คล้ายกับการขับเคลื่อนงานส่งเสริมคุณธรรมของศูนย์คุณธรรม ผ่านการ โชว์ แชร์ เชื่อมความดี และขยายผลความดีออกสู่สาธารณะชนผ่านการเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย

 

นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อมูลการสำรวจสถานการณ์ต้นทุนชีวิต (Life Asset) ของเด็กและเยาวชนไทย ช่วงอายุ 12-18 ปี ซึ่งผลการสำรวจพบว่า ทุนชีวิตสะท้อนพลังบวกของเด็กและเยาวชนไทยอ่อนแอลงทุกปีและเกือบทุกมิติ รวมทั้งการสำรวจสถานการณ์คุณธรรมด้วยตัวชี้วัดคุณธรรมของคนไทยวัยทำงาน ช่วงอายุ 25-40 ปี ที่พนบว่า คุณธรรมด้านมีวินัยรับผิดชอบ และด้านความสุจริตในวัยทำงานก็ยังถือเป็นประเด็นที่น่าห่วงใย เพื่ออัพเดทสถานการณ์คุณธรรมสังคมไทยให้กับผู้เข้าร่วมได้ตระหนักถึงสถานการณ์คุณธรรมในมิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม

 

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรคุณธรรม จะต้องขับเคลื่อนด้วยพลังบวก และต้องเริ่มจากคนในองค์กร โดยคนในองค์กรเอง ก็จะต้องมีใจที่เป็นบวกร่วมด้วย โดยเริ่มจาก “ความดีที่อยากทำ ปัญหาที่อยากแก้” ผ่านจิตสำนึก และการปรับเปลี่ยนเชิงพฤติกรรมร่วมกัน การขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมนั้นจึงจะประสบผลสำเร็จ

 


เขียนข่าวและถ่ายภาพ : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม


 

F5CE88A3 A8A3 42A7 9473 4CE92A36ED2C L0 001

 

ศูนย์คุณธรรม พัฒนา “ดัชนีชี้วัดสถานการณ์คุณธรรม” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พบ คุณธรรมด้านมีวินัยรับผิดชอบ – สุจริต ในกลุ่มวัยทำงานมีประเด็นที่น่าห่วงใย ขณะที่ทุนชีวิตสะท้อนพลังบวกของเด็ก และเยาวชนไทยอ่อนแอลงทุกปี โดยเฉพาะ “พลังชุมชน” หรือจิตสำนึกสาธารณะที่อ่อนแอมาก ถึงขั้นไม่ผ่านเกณฑ์

            วันที่ 22 ธันวาคม 2564 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) แถลงข่าว “สถานการณ์คุณธรรมสังคมไทย ประจำปี 2564” โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า
ศูนย์คุณธรรม ได้พัฒนาเครื่องมือและสำรวจสถานการณ์คุณธรรมด้วยตัวชี้วัดคุณธรรมของคนไทยวัยทำงาน ช่วงอายุ 25-40 ปี
ใน 5 ด้าน คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู กับกลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่มสาขาอาชีพ ได้แก่ เกษตร รับราชการ/พนักงานราชการ เอกชน รัฐวิสาหากิจ รับจ้างทั่วไป และธุรกิจส่วนตัว/อิสระ และได้จัดทำรายงานสถานการณ์คุณธรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2564 มีการสำรวจสถานการณ์ต้นทุนชีวิต (Life Asset) ของเด็กและเยาวชนไทย ช่วงอายุ 12-18 ปี ด้วยแบบสำรวจต้นทุนชีวิต ซึ่งประกอบไปด้วย 5 พลัง คือ พลังตัวตน พลังครอบครัว พลังสร้างปัญญา พลังเพื่อนและกิจกรรม และพลังชุมชน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สำรวจทั้งหมด จาก 6 ภูมิภาค ประกอบไปด้วย ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

          โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ในเรื่องของทุนชีวิตเป็นการวัดระบบนิเวศน์ของพลังบวก ซึ่งหมายถึง ระบบนิเวศน์หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เด็กมีพลังบวกที่ทำให้เป็นคนเก่งและแกร่ง รวมทั้งเป็นการฟังเสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชนกับสภาวะแวดล้อมที่เอื้อให้เด็กเกิดพลังบวก โดยผลการสำรวจต้นทุนชีวิต/ทุนชีวิตของเด็กและเยาวชนไทย ช่วงอายุ 12-18 ปี จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 10,000 คน พบ “พลังชุมชน (เรื่องของจิตสำนึกสาธารณะ)” เป็นอีกด้านหนึ่งของประเทศไทยในวงกว้างที่น่าห่วงมากๆ โดยในปี 2552 อยู่ที่ 64.04%, ปี 2562 อยู่ที่ 53.84% และปี 2564 ลดลงมาที่ 47.76% ซึ่งอ่อนแอลงมาก      ถึงขั้นไม่ผ่านเกณฑ์ ขณะที่ “พลังครอบครัว” ก็ยังน่าห่วงใย เนื่องจากพบว่าคะแนนมีแนวโน้มลดลงทุกปี   จากเดิม 10 ปีที่แล้วอยู่ในระดับดี อย่างในปี 2552 อยู่ที่ 76.50%, ปี 2562 อยู่ที่ 73.64% แต่ในปี 2564 อยู่ที่ 68.91% ซึ่งเป็นระดับพอใช้ โดยจากผลสำรวจพลังด้านอื่นๆ ในภาพรวมก็มีแนวโน้มที่ลดลงเรื่อย ๆ เช่นกัน ซึ่งกำลังสะท้อนให้เห็นว่า สภาพแวดล้อม และเสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชนบนสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดพลังบวก กำลังเป็นประเด็นที่จะต้องได้รับการ “มุ่งเน้น พัฒนา” อย่างจริงจัง

          รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการสำรวจสถานการณ์คุณธรรมด้วยตัวชี้วัดคุณธรรมของคนไทยวัยทำงาน ช่วงอายุ 25-40 ปี ด้วยเครื่องมือที่ศูนย์คุณธรรมได้พัฒนาเป็นเครื่องมือแรกในประเทศไทย โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประมาณ 8,000 คน 6 ภูมิภาค 6 สาขาอาชีพ ผลสำรวจออกมายังอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ คือ ในระดับที่ดี ซึ่งเป็นเสียงของประชาชนที่สะท้อนออกมา จากผลสำรวจ พบค่าเฉลี่ยคุณธรรมของกลุ่มตัวอย่าง (จากค่าเฉลี่ยเต็ม 6.00) พบว่า ด้านความมีวินัยรับผิดชอบ เป็นค่าเฉลี่ยที่ต่ำที่สุด คือ อยู่ที่ค่าเฉลี่ย 4.18, ด้านสุจริต ค่าเฉลี่ย 4.49, ด้านความพอเพียง ค่าเฉลี่ย 4.61 และ ด้านจิตสาธารณะ ค่าเฉลี่ย 4.77 ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาตัวบ่งชี้/องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดของคุณธรรมแต่ละด้าน พบว่า ด้านความกตัญญู เรื่อง การเคารพความดี ค่าเฉลี่ยที่ 4.94, ด้านจิตสาธารณะ เรื่อง มีจิตอาสา ค่าเฉลี่ยที่ 4.44, ด้านความพอเพียง เรื่อง ความมีเหตุผล ค่าเฉลี่ยที่ 4.54, ด้านสุจริต เรื่อง การยืนหยัดในความถูกต้อง ค่าเฉลี่ยที่ 4.19 และด้านมีวินัยรับผิดชอบ เรื่อง การควบคุมตนเอง ค่าเฉลี่ยที่ 4.00

“ทั้งต้นทุนชีวิต และดัชนีชี้วัดคุณธรรมในสถานการณ์คุณธรรมที่ปรากฏอยู่นี้ กำลังสะท้อนให้เห็นเรื่องของกระบวนการในการพัฒนาวิถีชีวิตแห่งคุณธรรม โดยไม่อยากให้ใช้คำว่า “ปลูกฝังคุณธรรม” เพราะการปลูกฝังคุณธรรม เป็นการเน้นเฉพาะแค่ตัวเด็ก แต่ขณะที่เสียงของเด็กสะท้อนให้เห็นชัดเลยว่าระบบนิเวศน์นั้นเอง ก็มีปัญหาหนัก ไม่สามารถที่จะเป็นต้นแบบที่ดีได้ ฉะนั้น ศูนย์คุณธรรม จึงขอเสนอ แทนที่จะใช้คำว่า “ปลูกฝังคุณธรรม” ก็ให้ใช้เป็นคำว่า “วิถีชีวิตแห่งคุณธรรม” ซึ่งหมายความว่า ระบบนิเวศน์จะต้องทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับเรื่องของการพัฒนาคุณธรรม ทั้งในผู้ใหญ่และในเด็กควบคู่กันไป” รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว


ข่าวโดย กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)