“ธรรมนูญชุมชน”เครื่องมือสร้าง “ความเป็นชุมชน”ในพื้นที่เมืองและพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท

 

5

 

พื้นที่เมือง และพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบทที่มีการผสมผสานระหว่างชุมชนเดิม และผู้คนที่เข้ามาอยู่ใหม่เช่น หมู่บ้านจัดสรร บ้านเช่า ถือเป็นพื้นที่ทำงานที่ท้าทายสำหรับงานพัฒนาชุมชน เนื่องจากประกอบไปด้วยผู้คนที่หลากหลายวัฒนธรรม มีวิถีชีวิตเร่งรีบ มีความเป็นปัจเจกสูง การรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมของชุมชนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

          อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโจทย์ยากของพื้นที่ในรูปแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า “ความเป็นชุมชน” จะเกิดขึ้นไม่ได้ ในทางตรงกันข้ามมีกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่นในหลายพื้นที่ที่พยายามสร้างจิตสำนึกร่วมของความเป็นชุมชนผ่านกระบวนการจัดทำ “ธรรมนูญชุมชน” และนำความรู้พร้อมประสบการณ์มาบอกเล่าในเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานการจัดทำธรรมนูญชุมชน ของชุมชนภาคกลาง ภายใต้โครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริต ด้วยวิถีวัฒนธรรม ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ โรงแรมเอ็มทู เดอ บางกอก กรุงเทพฯ

          เวทีนี้มีชุมชนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริต ด้วยวิถีวัฒนธรรม ในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย กรุงเทพฯ และลพบุรี ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สำนักงาน ป.ป.ช. กองทุนเวลาเพื่อสังคม มูลนิธิหัวใจอาสา

1

เวทีเริ่มจากการบอกเล่าประสบการณ์ของพื้นที่ชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบทอย่างบ้านโคกพุทรา จ.ลพบุรี  ซึ่งเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงในชุมชนที่มีคนกลุ่มใหม่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ในรูปแบบของหมู่บ้านจัดสรร ชุมชนได้ใช้กลยุทธ์ “ดึงเข้ามาเป็นพวน” กล่าวคือ คนดั้งเดิมบ้านโคกพุทราเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทพวน ทางผู้นำชุมชนจึงใช้วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทพวน เช่น การแต่งกาย การจัดประเพณีบุญกลางบ้าน สร้างความเป็นชุมชน โดยชักชวนทั้งคนในชุมชนเดิมและชุมชนใหม่เข้ามาร่วมกิจกรรม และเรียนรู้ร่วมกันถึง “ความเป็นไทพวนที่รักพวกรักพ้อง อยู่ร่วมกันแบบสบายๆตามวิถีไทพวนบ้านโคกพุทรา”

          บ้านโคกพุทราได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นของชุมชนในเรื่องสถานการณ์ปัญหาในชุมชน พร้อมทั้งแนวทางแก้ไข และขณะนี้อยู่ในระหว่างพัฒนาข้อตกลงเพื่อยกร่างเป็นธรรมนูญชุมชนต่อไป

2

สำหรับชุมชนในพื้นที่เมืองอย่างชุมชนนีรชา และชุมชนพร้อมสุข ๑ เป็นชุมชนเมือง เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งพัฒนาธรรมนูญชุมชนร่วมกับกองทุนเวลาเพื่อสังคม ทีมทำงานทั้งในส่วนของกองทุนเวลาและผู้แทนชุมชนเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า การทำงานกับชุมชนเมืองเป็นงานที่ท้าทายมาก โดยเฉพาะการชักชวนให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการจัดทำธรรมนูญชุมชน โดยกระบวนการทำงานเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลชุมชน พูดคุย ทำแบบสำรวจชุมชน สัมภาษณ์เชิงลึก แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ กำหนดเป็นธรรมนูญชุมชนใน ๗ ด้าน คือ ๑. ด้านปราศจากความยากจน ๒. ด้านสุขภาพและอุบัติเหตุ ๓. ด้านการพัฒนาตนเองและคนในครอบครัว ๔. ด้านการอยู่ร่วมกันในชุมชน ๕. ด้านรักษาสิ่งแวดล้อมให้เป็นชุมชนที่น่าอยู่ ๖. ด้านอาชญากรรมและความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สิน ๗. ด้านส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม  ซึ่งขณะนี้ยกร่างเป็นธรรมนูญชุมชน และอยู่ระหว่างวางแผนพัฒนาแกนนำ และผลักดันให้เกิดการปฏิบัติต่อไป

3

ผู้แทนจากชุมชนนีรชา และชุมชนพร้อมสุข ๑  สะท้อนถึงสถานการณ์การทำงานชุมชนในพื้นที่เมืองหลวงว่า ต้องเลือกทำกิจกรรมในช่วงวันสำคัญ เช่น เทศกาลสงกรานต์ เพื่อดึงดูดให้คนมาร่วมงาน และได้วิเคราะห์การทำงานกับคนในพื้นที่เมืองว่า “คนส่วนมากอยากเห็นชุมชนเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ค่อยมาอยู่ข้างหน้า ไม่กล้าออกมาข้างหน้า ขอยืนอยู่ข้างหลัง เน้นการสนับสนุน แต่ถ้าชนบททำได้ เมืองก็ต้องทำได้ เพียงแต่ต้องใช้ความพยายาม ความศรัทธาในคุณธรรม ความดี”

          นอกจากชุมชนที่จัดทำธรรมนูญชุมชนภายใต้โครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริต ด้วยวิถีวัฒนธรรมแล้ว ยังมีผู้แทนจากชุมชนสามัคคีคลอง ๑๓ จ.ปทุมธานี ชุมชนมุสลิม ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาหมู่บ้านช่อสะอาด ด้วยกระบวนการธรรมนูญชุมชนของ สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมแลกเปลี่ยนในเวทีวันนี้ด้วย โดยผู้แทนชุมชนสามัคคีคลอง ๑๓ สะท้อนวิธีการทำงานกับชุมชนในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบทว่า “ต้องเป็นเหมือนรวงข้าวที่โค้งต่อดิน เปรียบเหมือนการอ่อนน้อมถ่อมตน คนที่ทำงานจุดนี้ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นให้มาก เราจะไปพัฒนาเขา เราต้องเป็นเหมือนเขา เราอย่าเหนือเขา จงอ่อนน้อมถ่อมตน” 

4

ในช่วงท้าย คุณยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้สรุปสิ่งที่เรียนรู้ร่วมกันในเวทีดังต่อไปนี้ ๑. เป้าหมายสูงสุดร่วมกันของการจัดทำธรรมนูญชุมชนคือ ความอยู่เย็นเป็นสุข และความสันติสุข ๒. ธรรมนูญชุมชนยืนอยู่บนหลักของความดี ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย การละชั่วกลัวบาป ความไม่ประมาท ความเมตตาต่อกัน และการพึ่งพาตนเอง ๓. ธรรมนูญชุมชนเป็นเรื่องของการมีส่วนร่วม ๔. ธรรมนูญชุมชนเริ่มจากสืบค้นต้นทุนความดีในชุมชน ๕. ธรรมนูญชุมชนจะมีบทลงโทษหรือไม่ก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องมีมาตรการควบคุมเพื่อให้เกิดการปฏิบัติจริง ๖. ธรรมนูญชุมชนเป็นเรื่องของการจัดระเบียบชุมชนแบบใหม่ที่ไม่แยกส่วน ๗. การใช้ธรรมนูญชุมชนต้องมีแกนนำที่เอาจริงเอาจังร่วมกันขับเคลื่อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาก ขับเคลื่อนในรูปแบบของสภาผู้นำ ๘. รูปแบบการประกาศใช้ธรรมนูญชุมชนขึ้นกับบริบทแต่ละชุมชนว่าจะประกาศอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริตด้วยวิถีวัฒนธรรม เป็นโครงการที่ศูนย์คุณธรรมและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินงานร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นในการป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบ ด้วยหลักคุณธรรมความดี ตามวิถีวัฒนธรรม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของชุมชน ท้องถิ่น ด้วยกระบวนการพัฒนาธรรมนูญชุมชนภายใต้วิถีวัฒนธรรม มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นหมู่บ้าน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมจำนวน ๕๐ แห่ง ที่ผ่านมาได้มีการจัดเวทีอบรมชุมชน และอบรมให้กับองค์กรสนับสนุน (พี่เลี้ยง) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยโครงการในขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ธรรมนูญชุมชน ตามภูมิภาคต่างๆ ในเดือนเมษายน และพฤษภาคม ๒๕๖๑

 


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   กลุ่มงานนวัตกรรมองค์ความรู้ เพื่อสร้างสังคมคุณธรรม

โทร. ๐๒ ๖๔๔ ๙๙๐๐ ต่อ ๓๐๐ Facebook : Moral Spaces

 

เมืองลุง โชว์ “ธรรมนูญชุมชน” สร้างวิถีถิ่น ให้เป็นวีถีสุข

เมืองลุง หรือ จังหวัดพัทลุง ถือเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำแห่งภาคใต้ จากอดีตจวบจนถึงปัจจุบันดินแดนมรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มิตรไมตรี และความสุขที่สัมผัสได้ของผู้คนที่ดำรงวิถีชีวิตโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแผนนำทางชีวิต เสน่ห์ของพัทลุงจึงไม่ได้มีแค่ความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ให้ หรือวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ เช่น การแสดงโนราห์ เท่านั้น แต่กลับมีวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่อยู่กันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการดูแลพึ่งพาตนเอง โดยมีเป้าหมายการพัฒนาเพื่อมุ่งไปสู่การเป็นชุมชนแห่งความสุข เหมือนเช่น “ชุมชนคุณธรรมวัดปลักปลม” ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด ที่ใช้พลังการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน ร่วมกันกำหนดกติกาการอยู่ร่วมกันในชุมชน หรือที่เรียกว่า “ธรรมนูญชุมชน” เพื่อจัดระบบระเบียบของชุมชนให้อยู่อย่างสงบสุข และสร้างภูมิคุ้มกันท่ามกลางกระแสของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน

โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นำโดยนายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ และกลุ่มงานนวัตกรรมองค์ความรู้ฯ ได้ลงพื้นที่ชุมชนวัดปลักปลม เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคมที่ผ่านมา จากการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างธรรมนูญชุมชนของวัดปลักปลม พบว่า ชุมชนมีการขับเคลื่อนงานอย่างจริงจัง โดยได้จัดทำธรรมนูญ หรือข้อตกลงร่วมกันในชุมชนจำนวน ๑๑ ข้อ ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีเป้าหมายในการพัฒนาที่ชัดเจน มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งในวัดและในชุมชน เช่น เป็นวัดนำร่องที่จัดปาริวาสกรรม (กิจของสงฆ์ที่พึงชำระศีลของตนเองให้บริสุทธิ์) โครงการหิ้วปิ่นโตเข้าวัด การผลิตจักสาน การรณรงค์นุ่งผ้าพื้นเมือง “นุ่งซิ่นไม่นุ่งสั้น” และมีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำสู่การปฏิบัติ เช่น ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ การเลี้ยงผึ้งเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชมจำหน่าย โดยมีวัดปลักปอมเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้คนในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการปลูกป่าในชุมชน และมีการคัดแยกขยะในครัวเรือน

 

 20180506 180506 0006  20180506 180506 0003  20180506 180506 0005
 20180506 180506 0004  20180506 180506 0001  20180506 180506 0002

 

จากนั้นวันที่ ๔ พฤษภาคม ศูนย์คุณธรรม ได้ร่วมกับเครือข่ายชุมชนภาคใต้ จัดเวทีนำเสนอผลงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดทำธรรมนูญชุมชน ของชุมชนภาคใต้ ภายใต้โครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริต ด้วยวิถีวัฒนธรรม ณ ศูนย์การเรียนรู้ปราชญ์ชาวบ้านโงกน้ำ หมู่ ๘ ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง มีชุมชนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียงสนใจเข้าร่วมกว่า ๘๐ คน โดยในเวทีนี้ได้มีการนำเสนอกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านธรรมนูญชุมชนที่น่าสนใจ เช่น หมู่บ้านคอแห้งงาม ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว ที่ร่วมกันรณรงค์ ลดละเลิกอบายมุข โดยตั้งธรรมนูญไว้ว่า จะเป็นหมู่บ้านที่ลดเหล้าทุกยี่ห้อ ลดยาเสพติดทุกชนิด และลดการพนันทุกประเภท และให้ชุมชนรู้บทบาทหน้าที่ และสิทธิของพลเมือง ในขณะที่ชุมชนคนรักในหลวง ตำบลนาขยาด ได้จับมือกับเครือข่ายชุมชน ขับเคลื่อนงานกิจกรรมด้านธรรมนูญชุมชน เช่น นำอาหารไปถวายพระอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง มีการจัดทำธนาคารขยะ มีการส่งเสริมการปลูกต้นมะละกอ เพื่อนำเงินเข้ากองทุนหมู่บ้าน หรือหากมีการจัดประชุม ทุกคนต้องจะนำสิ่งของมาจำหน่ายเพื่อส่งเสริมรายได้ เป็นต้น

ภาพจดเวทประชม 180506 0001 ภาพจดเวทประชม 180506 0002 2 ภาพจดเวทประชม 180506 0003
 ภาพจดเวทประชม 180506 0004  ภาพจดเวทประชม 180506 0005  ภาพจดเวทประชม 180506 0006

 

          นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์คุณธรรม ได้กล่าวถึงข้อค้นพบที่น่าสนใจจากเวทีครั้งนี้ โดยแบ่งออกเป็น ๗ ด้านด้วยกัน ดังนี้ ๑) เป้าหมายของธรรมนูญชุมชน คือ การกำหนดความสุขร่วมกันของคนในชุมชน ส่วนธรรมนูญเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนให้ไปถึงเป้าหมาย ๒) กระบวนการพัฒนาธรรมนูญ เกิดจากการมีกระบวนการมีส่วนร่วมจากคนในชุมชน และมติร่วมกัน ซึ่งแตกต่างกันตามวิถีวัฒนธรรมและบริบทของแต่ละชุมชน ๓) มีการสืบค้นความดีงามที่มีอยู่เดิม และรวบรวมนำมาบัญญัติเป็นธรรมนูญ ๔) การมีมาตรการ มีบทลงโทษจะทำให้ธรรมนูญมีผลในทางปฏิบัติ (มีหรือไม่มีก็ได้ ให้พิจารณาความเหมาะสม บริบทของชุมชนและการตกลงของคนในชุมชน) ๕) มีการพึ่งพาและจัดการตนเองได้ สามารถกำหนดแนวทางของตนเองได้ ๖) พิธีการ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่อาศัยความเชื่อ ความศรัทธา ในการจูงใจให้คนยึดถือและปฏิบัติตาม และ ๗) สภาผู้นำ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและกำกับธรรมนูญ

 

ภาพจดเวทประชม 180506 0007  ภาพจดเวทประชม 180506 0009
 ภาพจดเวทประชม 180506 0010  ภาพจดเวทประชม 180506 0011

 

          ความสำคัญของการมีธรรมนูญชุมชน นอกจากจะช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งเป็นสุขแล้ว ยังสามารถนำหลักความเชื่อ จารีต และการเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นหลักกำกับให้ชุมชนดำเนินชีวิตตามวิถีที่ถูกต้อง และ เหมาะสม เป็นเสมือนการสร้างเกราะป้องกันตนเองของหมู่บ้าน และยังสามารถป้องกันวิกฤติปัญหา และร่วมกันจัดการปัญหาด้วยสำนึกความเป็นเจ้าของชุมชน ในอนาคตข้างหน้าเราคงได้เห็นภาพความสำเร็จของจังหวัดพัทลุงในการนำธรรมนูญมาใช้ควบคู่ไปกับพัฒนาให้เป็นเมืองสีเขียว (Green City) มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง ให้สมกับสโลแกน “เมืองลุง เมืองบายใจ”

โครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริตด้วยวิถีวัฒนธรรม เป็นโครงการที่ศูนย์คุณธรรมและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินงานร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นในการป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบ ด้วยหลักคุณธรรมความดี ตามวิถีวัฒนธรรม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของชุมชน ท้องถิ่น ด้วยกระบวนการพัฒนาธรรมนูญชุมชนภายใต้วิถีวัฒนธรรม มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นหมู่บ้าน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมจำนวน ๕๐ แห่ง ที่ผ่านมาได้มีการจัดเวทีอบรมชุมชน และอบรมให้กับองค์กรสนับสนุน (พี่เลี้ยง) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยโครงการในขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ธรรมนูญชุมชน ตามภูมิภาคต่างๆ ในเดือนเมษายน และพฤษภาคม ๒๕๖๑

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   กลุ่มงานนวัตกรรมองค์ความรู้ เพื่อสร้างสังคมคุณธรรม

โทร. ๐๒ ๖๔๔ ๙๙๐๐ ต่อ ๓๐๐ Facebook : Moral Spaces

ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) ร่วมกับ กรมศาสนา ประชุมเตรียมความพร้อมงานสมัชชาภาคใต้

head

          วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2561 ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)นำโดย นายสุทธิพงศ์ ชาญชญานนท์ รองผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรมและกรมการศาสนา  เข้าร่วมประชุมสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมการจัดงานประชารัฐร่วมใจ ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมคุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และสมัชชาคุณธรรมภาคใต้  ร่วมกับผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดสงขลา ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา โดยมี นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธานการประชุม  ข้อสรุปเบื้องต้น  กำหนดจัดงานฯวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2561 ที่ โรงแรม บีพี สมิหลา บีช รีสอร์ท รูปแบบการจัดงานเน้นอัตลักษณ์ของภาคใต้ กิจกรรม การนำเสนอองค์ความรู้และกรณีตัวอย่างองค์กร ชุมชน อำเภอ จังหวัดคุณธรรมที่เป็นต้นแบบ และบุคคล หรือพื้นที่ที่โดดเด่นด้านพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา จากหลายจังหวัดใน 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งหน่วยงานภาคส่วนต่างๆพร้อมให้ความร่วมมือ สนับสนุนการจัดงานและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมของจังหวัดต่อไป

01 02
   
03 04
   
05 06
   
07 08

ประชุมคณะทำงาน เตรียมความพร้อมเวทีเรียนรู้นวัตกรรมส่งเสริมคุณธรรมเยาวชนระดับภูมิภาค

P1060276
   
698543 698544

 

          ประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมเวทีเรียนรู้นวัตกรรมส่งเสริมคุณธรรมเยาวชนระดับภูมิภาควันที่ ๒ – ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ตกรุงเทพฯมีโรงเรียนเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ได้แก่ สช. สพฐ. รวมทั้งวิทยากรพิเศษ พระอาจารย์พงศ์นรินทร์  ฐิตวังโส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม จำนวน ๔๐ ท่าน ซึ่งทางการเครือข่ายการศึกษาได้ร่วมกันกำหนดการจัดเวทีเรียนรู้นวัตกรรมส่งเสริมคุณธรรมเยาวชนระดับภูมิภาคดังนี้ 

•ภาคเหนือ  ๔ -๕  มิถุนายน ๒๕๖๑
•ภาคกลาง  ๗ – ๘  มิถุนายน ๒๕๖๑
•ภาคใต้   ๒๑ – ๒๒  มิถุนายน  ๒๕๖๑
•ภาคอีสาน  ๒๔ – ๒๕  มิถุนายน ๒๕๖๑

รวมทั้งให้แต่ละองค์กรประเมินตนเองตามแบบประเมินองค์กรคุณธรรมใน Google form เพื่อนำผลการประเมินมาใช้พัฒนายกระดับองค์กรต่อไป

 

P1060278 P1060280
   
P1060282 P1060285

ศคธ.ร่วมงาน“กฟผ. ก้าวสู่ปีที่ 50 เพื่อชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน”

220377 220381

 

          เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๑  นายสุทธิพงศ์  ชาญชญานนท์  รองผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)  เข้าร่วมงาน“กฟผ. ก้าวสู่ปีที่ 50 เพื่อชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 49 ปี และวัน CSR ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในวันที่ 1 พฤษภาคม  ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจากหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “องค์การคุณธรรม น้อมนำศาสตร์พระราชา” โดยน้อมนำพระปณิธานของพระมหากษัตริย์ไทย เพื่อเป็นแนวคิดและแรงบันดาลใจในการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ให้มุ่งทำประโยชน์และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนของคนไทยต่อไป ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

 

220382 220383