“จับเข่าเล่าเรื่อง”: เมื่อเรื่องเล่าสร้างพลังความเปลี่ยนแปลง

“พลังของเรื่องเล่าในบริบทที่เป็นกันเอง ทำให้เราได้ทบทวนชีวิตตัวเอง เล่าเรื่องชีวิต เล่าเรื่องการทำงาน สร้างพื้นที่ปลอดภัยที่คุยกันได้

สบาย สนุก และเห็นผลที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม”

 

อาจารย์อิทธิพร วันดี วิทยากรกระบวนการหลักสูตรสมดุลชีวิตสนิทกับครอบครัว

 

          วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๑ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดเวทีถอดบทเรียนผู้เข้าร่วมโครงการสมดุลชีวิตสนิทกับครอบครัว ที่สนใจร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การทดลองนำกระบวนการเรียนรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน หลังจากเข้ารับการอบรม จำนวน ๒๐ คน ณ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

          โครงการสมดุลชีวิตสนิทกับครอบครัวเป็นโครงการที่ส่งเสริมให้วัยแรงงานในเขตอุตสาหกรรมและพื้นที่เมืองเข้าใจถึงวิธีการสร้างสมดุลชีวิตใน ๕ มิติคือ ๑. มิติเวลาในการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ๒. มิติเศรษฐกิจ คือการบริหารรายได้อย่างสมดุล ๓. มิติสุขภาวะ คือการดูแลทั้งสุขภาพกายสุขภาพใจ ๔. มิติการทำงานเพื่อสังคม คือการมีจิตสาธารณะ และการสร้างความสมดุลระหว่างการดูแลครอบครัวและการทำงานเพื่อสังคม ๕. มิติวัฒนธรรมครอบครัว คือการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว การดำเนินงานที่ผ่านมาทางศูนย์คุณธรรมได้จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับกลุ่มผู้นำแรงงานจากสมาพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ ยานยนต์ และโลหะแห่งประเทศไทย และผู้สนใจทั่วไป จำนวน ๓ รุ่น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ๒๕๖๑

 

 01  02

 

กระบวนการสำคัญที่นำมาใช้ในเวทีถอดบทเรียนครั้งนี้คือ “เรื่องเล่า” (Storytelling) ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมโครงการ เริ่มจากกิจกรรม Checkin ที่ให้ผู้เข้าร่วมสะท้อนความรู้สึกที่เกิดขึ้นเช้าวันนี้ โดยเรื่องเล่าที่แลกเปลี่ยนมีทั้งความรู้สึกที่มีต่อโครงการ การนำเอาเครื่องมือหรือกระบวนการบางอย่าง เช่น แผนชีวิต กิจกรรมโจรเข้าบ้าน (กิจกรรมพลังกลุ่ม) ไปประยุกต์ใช้ ทั้งในชีวิตส่วนตัว การทำงานในองค์กร สหภาพแรงงาน และสมาพันธ์แรงงาน รวมทั้งการทำงานเพื่อสังคม

          กิจกรรมที่สอง คือ เรื่องเล่าสร้างแรงบันดาลใจ โดยวิทยากรกระบวนการให้ผู้เข้าร่วมแต่ละคนเขียนเล่าเรื่อง ประสบการณ์ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเองหลังจากเข้าร่วมโครงการนี้ โดยเลือกมุมที่สงบและนั่งทบทวนเพื่อเขียนเรื่องเล่าของตนเอง

 

2

 

ตามด้วยกิจกรรม “จับเข่าเล่าเรื่อง” หรือการถอดบทเรียน อาจารย์อิทธิพร กล่าวว่าประกอบไปด้วยองค์ประกอบ ๓ ส่วน คือ ๑. พี่อยากเล่า คือเจ้าของเรื่องถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ บทเรียน ๒. เราอยากรู้ คือ ประเด็นที่คาดหวังว่าจะได้รับจากการถอดบทเรียน ๓. คนดูอยากได้ คือ ประเด็นที่ได้จากการถอดบทเรียนตอบโจทย์โครงการ หรือตอบโจทย์สังคม ซึ่งกิจกรรม “จับเข่าเล่าเรื่อง” หรือถอดบทเรียนนั้นเปรียบเหมือน “เทลูกปัดแล้วเอามาร้อยเรียงกันเป็นสร้อย” และสิ่งที่ไม่ควรกระทำ คือ ๑. เด็ดยอด คือนำผลงานคนอื่นมาใช้โดยไม่อ้างอิง ๒. ตีหัวเอางาน คือไม่ฟังเรื่องเล่าของผู้เล่า มุ่งแต่จะโยงเข้ากับงานของตนเอง ๓. รวบปากถุง คือเก็บข้อมูลมาทุกอย่าง จนข้อมูลล้นเกิน ไม่สามารถนำมาใช้ได้

          สำหรับกระบวนการ “จับเข่าเล่าเรื่อง” เริ่มด้วยการให้ผู้เข้าร่วมเลือกจับกลุ่มโดยเลือกจาก ๕ ประเด็น คือ เวลา เศรษฐกิจ สุขภาวะ การทำงานเพื่อสังคม และวัฒนธรรมครอบครัว โดยให้แต่ละคนเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในมิตินั้นๆ ในกลุ่มของตนเอง ต่อจากนั้นสมาชิกในกลุ่มร่วมกันเลือกชุดประสบการณ์หรือเรื่องเล่าที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยนกันแบบลงรายละเอียด และจัดประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. ทำอะไร ๒. ทำอย่างไร ๓. ผลลัพธ์ ๔. บทเรียนที่ได้ หลังจากนั้นนำเสนอเรื่องเล่านั้นให้กลุ่มต่างๆรับฟัง

 

3

 

จากการนำเสนอของแต่ละกลุ่มทำให้เห็นถึงความรู้ในการสร้างความสมดุลชีวิตในแต่ละมิติ และเห็นถึงความเชื่อมโยงของการสร้างความสมดุลใน ๕ มิติ ซึ่งไม่ได้แยกออกจากกัน โดยเรื่องเล่าในมิติเวลาเกี่ยวข้องทั้งการจัดสมดุลเวลาครอบครัวกับเวลาทำงาน เช่น การแบ่งเวลาในช่วงวันหยุดไปดูแลครอบครัว การพาพ่อไปตรวจสุขภาพทุกปี และในกลุ่มที่นำเสนอยังตั้งข้อสังเกตถึงการสร้างความสมดุลในครอบครัวที่ท้าทายมากขึ้น จากรูปแบบครอบครัว “แหว่งกลาง” ในปัจจุบัน กล่าวคือ สมาชิกรุ่นหลานอาศัยอยู่กับปู่ย่าหรือตายายในต่างจังหวัด ขณะที่พ่อแม่มาทำงานในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่

            สำหรับการสร้างความสมดุลในมิติเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญคือการวางแผน และวางเป้าหมายทางการเงิน ซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมายของชีวิต โดยมีเครื่องมือที่สำคัญ คือการทำบัญชีการใช้จ่ายของครอบครัว

            มิติสุขภาวะ คือการดูแลทั้งสุขภาพใจและสุขภาพกาย ในส่วนของสุขภาพใจ ควรฝึกการคิดบวก การจัดการความเครียด การฟังและยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง สุขภาพกาย คือการพักผ่อนอย่างเพียงพอ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

            มิติการทำงานเพื่อสังคม เรื่องเล่าที่โดดเด่นในกลุ่มนี้ คือการไม่เพิกเฉยต่อปัญหาในชุมชนเรื่องเงินส่วนกลางของหมู่บ้าน ซึ่งนำมาสู่การลงสมัครเป็นกรรมการหมู่บ้าน เพื่อร่วมตรวจสอบทางการเงิน และทำให้คนในชุมชนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน ซึ่งสิ่งที่ทำนี้นอกจากอุดรอยรั่วเงินส่วนกลางของหมู่บ้านจากการดำเนินงานที่ไม่โปร่งใสแล้ว การลุกขึ้นมาแก้ปัญหายังทำให้เจ้าของเรื่องเล่าได้รับความไว้วางใจจากคนในชุมชน และเกิดความสามัคคีในชุมชน

          มิติวัฒนธรรมครอบครัว เรื่องเล่าที่สะท้อนออกมาจากกลุ่ม คือการเปิดใจและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาของสมาชิกในครอบครัว เพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งความตรงไปตรงมาเป็นเงื่อนไขสำคัญของแกนนำแรงงานที่ไปทำงานเพื่อสังคมได้โดยไม่ถูกตั้งคำถามหรือเกิดความระแวงสงสัยจากสมาชิกในครอบครัว

          เวที “จับเข่าคุยกัน” หรือถอดบทเรียนของผู้เข้าร่วมโครงการสมดุลชีวิตสนิทกับครอบครัวในครั้งนี้จึงทำให้เห็นถึงพลังความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมการอบรมที่สะท้อนผ่านเรื่องเล่า ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนั้นแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคน

 

4

 

กระบวนการและองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ส่วนหนึ่งจะนำมาร่วมแลกเปลี่ยนในงานประชุมวิชาการนวัตกรรมส่งเสริมคุณธรรม ๔.๐ วันที่ ๔-๕ กรฏฎาคม ๒๕๖๑ ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

          นอกจากนั้นโครงการจะมีกิจกรรมรวมรุ่นเพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสานสัมพันธ์ทั้ง ๓ รุ่น รวมทั้งเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปมาร่วมทดลองมีประสบการณ์ตรงกับหลักสูตรสมดุลชีวิตสนิทกับครอบครัวฉบับย่อ ในวันที่ ๔-๕ สิงหาคม ๒๕๖๑ ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ศูนย์คุณธรรม และ facebook ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand และ Moral Spaces


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   กลุ่มงานนวัตกรรมองค์ความรู้ เพื่อสร้างสังคมคุณธรรม

โทร. ๐๒ ๖๔๔ ๙๙๐๐ ต่อ ๓๐๐ Facebook : Moral Spaces