“ธรรมนูญชุมชน”เครื่องมือสร้าง “ความเป็นชุมชน”ในพื้นที่เมืองและพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท

 

5

 

พื้นที่เมือง และพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบทที่มีการผสมผสานระหว่างชุมชนเดิม และผู้คนที่เข้ามาอยู่ใหม่เช่น หมู่บ้านจัดสรร บ้านเช่า ถือเป็นพื้นที่ทำงานที่ท้าทายสำหรับงานพัฒนาชุมชน เนื่องจากประกอบไปด้วยผู้คนที่หลากหลายวัฒนธรรม มีวิถีชีวิตเร่งรีบ มีความเป็นปัจเจกสูง การรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมของชุมชนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

          อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโจทย์ยากของพื้นที่ในรูปแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า “ความเป็นชุมชน” จะเกิดขึ้นไม่ได้ ในทางตรงกันข้ามมีกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่นในหลายพื้นที่ที่พยายามสร้างจิตสำนึกร่วมของความเป็นชุมชนผ่านกระบวนการจัดทำ “ธรรมนูญชุมชน” และนำความรู้พร้อมประสบการณ์มาบอกเล่าในเวทีนำเสนอผลการดำเนินงานการจัดทำธรรมนูญชุมชน ของชุมชนภาคกลาง ภายใต้โครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริต ด้วยวิถีวัฒนธรรม ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ โรงแรมเอ็มทู เดอ บางกอก กรุงเทพฯ

          เวทีนี้มีชุมชนที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริต ด้วยวิถีวัฒนธรรม ในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย กรุงเทพฯ และลพบุรี ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สำนักงาน ป.ป.ช. กองทุนเวลาเพื่อสังคม มูลนิธิหัวใจอาสา

1

เวทีเริ่มจากการบอกเล่าประสบการณ์ของพื้นที่ชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบทอย่างบ้านโคกพุทรา จ.ลพบุรี  ซึ่งเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงในชุมชนที่มีคนกลุ่มใหม่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ในรูปแบบของหมู่บ้านจัดสรร ชุมชนได้ใช้กลยุทธ์ “ดึงเข้ามาเป็นพวน” กล่าวคือ คนดั้งเดิมบ้านโคกพุทราเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทพวน ทางผู้นำชุมชนจึงใช้วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทพวน เช่น การแต่งกาย การจัดประเพณีบุญกลางบ้าน สร้างความเป็นชุมชน โดยชักชวนทั้งคนในชุมชนเดิมและชุมชนใหม่เข้ามาร่วมกิจกรรม และเรียนรู้ร่วมกันถึง “ความเป็นไทพวนที่รักพวกรักพ้อง อยู่ร่วมกันแบบสบายๆตามวิถีไทพวนบ้านโคกพุทรา”

          บ้านโคกพุทราได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นของชุมชนในเรื่องสถานการณ์ปัญหาในชุมชน พร้อมทั้งแนวทางแก้ไข และขณะนี้อยู่ในระหว่างพัฒนาข้อตกลงเพื่อยกร่างเป็นธรรมนูญชุมชนต่อไป

2

สำหรับชุมชนในพื้นที่เมืองอย่างชุมชนนีรชา และชุมชนพร้อมสุข ๑ เป็นชุมชนเมือง เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งพัฒนาธรรมนูญชุมชนร่วมกับกองทุนเวลาเพื่อสังคม ทีมทำงานทั้งในส่วนของกองทุนเวลาและผู้แทนชุมชนเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า การทำงานกับชุมชนเมืองเป็นงานที่ท้าทายมาก โดยเฉพาะการชักชวนให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการจัดทำธรรมนูญชุมชน โดยกระบวนการทำงานเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลชุมชน พูดคุย ทำแบบสำรวจชุมชน สัมภาษณ์เชิงลึก แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ กำหนดเป็นธรรมนูญชุมชนใน ๗ ด้าน คือ ๑. ด้านปราศจากความยากจน ๒. ด้านสุขภาพและอุบัติเหตุ ๓. ด้านการพัฒนาตนเองและคนในครอบครัว ๔. ด้านการอยู่ร่วมกันในชุมชน ๕. ด้านรักษาสิ่งแวดล้อมให้เป็นชุมชนที่น่าอยู่ ๖. ด้านอาชญากรรมและความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สิน ๗. ด้านส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม  ซึ่งขณะนี้ยกร่างเป็นธรรมนูญชุมชน และอยู่ระหว่างวางแผนพัฒนาแกนนำ และผลักดันให้เกิดการปฏิบัติต่อไป

3

ผู้แทนจากชุมชนนีรชา และชุมชนพร้อมสุข ๑  สะท้อนถึงสถานการณ์การทำงานชุมชนในพื้นที่เมืองหลวงว่า ต้องเลือกทำกิจกรรมในช่วงวันสำคัญ เช่น เทศกาลสงกรานต์ เพื่อดึงดูดให้คนมาร่วมงาน และได้วิเคราะห์การทำงานกับคนในพื้นที่เมืองว่า “คนส่วนมากอยากเห็นชุมชนเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ค่อยมาอยู่ข้างหน้า ไม่กล้าออกมาข้างหน้า ขอยืนอยู่ข้างหลัง เน้นการสนับสนุน แต่ถ้าชนบททำได้ เมืองก็ต้องทำได้ เพียงแต่ต้องใช้ความพยายาม ความศรัทธาในคุณธรรม ความดี”

          นอกจากชุมชนที่จัดทำธรรมนูญชุมชนภายใต้โครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริต ด้วยวิถีวัฒนธรรมแล้ว ยังมีผู้แทนจากชุมชนสามัคคีคลอง ๑๓ จ.ปทุมธานี ชุมชนมุสลิม ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาหมู่บ้านช่อสะอาด ด้วยกระบวนการธรรมนูญชุมชนของ สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมแลกเปลี่ยนในเวทีวันนี้ด้วย โดยผู้แทนชุมชนสามัคคีคลอง ๑๓ สะท้อนวิธีการทำงานกับชุมชนในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบทว่า “ต้องเป็นเหมือนรวงข้าวที่โค้งต่อดิน เปรียบเหมือนการอ่อนน้อมถ่อมตน คนที่ทำงานจุดนี้ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นให้มาก เราจะไปพัฒนาเขา เราต้องเป็นเหมือนเขา เราอย่าเหนือเขา จงอ่อนน้อมถ่อมตน” 

4

ในช่วงท้าย คุณยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้สรุปสิ่งที่เรียนรู้ร่วมกันในเวทีดังต่อไปนี้ ๑. เป้าหมายสูงสุดร่วมกันของการจัดทำธรรมนูญชุมชนคือ ความอยู่เย็นเป็นสุข และความสันติสุข ๒. ธรรมนูญชุมชนยืนอยู่บนหลักของความดี ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย การละชั่วกลัวบาป ความไม่ประมาท ความเมตตาต่อกัน และการพึ่งพาตนเอง ๓. ธรรมนูญชุมชนเป็นเรื่องของการมีส่วนร่วม ๔. ธรรมนูญชุมชนเริ่มจากสืบค้นต้นทุนความดีในชุมชน ๕. ธรรมนูญชุมชนจะมีบทลงโทษหรือไม่ก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องมีมาตรการควบคุมเพื่อให้เกิดการปฏิบัติจริง ๖. ธรรมนูญชุมชนเป็นเรื่องของการจัดระเบียบชุมชนแบบใหม่ที่ไม่แยกส่วน ๗. การใช้ธรรมนูญชุมชนต้องมีแกนนำที่เอาจริงเอาจังร่วมกันขับเคลื่อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาก ขับเคลื่อนในรูปแบบของสภาผู้นำ ๘. รูปแบบการประกาศใช้ธรรมนูญชุมชนขึ้นกับบริบทแต่ละชุมชนว่าจะประกาศอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โครงการส่งเสริมเครือข่ายประชาสังคมต่อต้านการทุจริตด้วยวิถีวัฒนธรรม เป็นโครงการที่ศูนย์คุณธรรมและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินงานร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นในการป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบ ด้วยหลักคุณธรรมความดี ตามวิถีวัฒนธรรม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของชุมชน ท้องถิ่น ด้วยกระบวนการพัฒนาธรรมนูญชุมชนภายใต้วิถีวัฒนธรรม มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นหมู่บ้าน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมจำนวน ๕๐ แห่ง ที่ผ่านมาได้มีการจัดเวทีอบรมชุมชน และอบรมให้กับองค์กรสนับสนุน (พี่เลี้ยง) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยโครงการในขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ธรรมนูญชุมชน ตามภูมิภาคต่างๆ ในเดือนเมษายน และพฤษภาคม ๒๕๖๑

 


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   กลุ่มงานนวัตกรรมองค์ความรู้ เพื่อสร้างสังคมคุณธรรม

โทร. ๐๒ ๖๔๔ ๙๙๐๐ ต่อ ๓๐๐ Facebook : Moral Spaces