ศูนย์คุณธรรม รุกขยายจิตอาสาสู่อาเซียน หวังสร้างสังคมแห่ง “การให้และแบ่งปัน”

ศูนย์คุณธรรม รุกขยายจิตอาสาสู่อาเซียน

หวังสร้างสังคมแห่ง “การให้และแบ่งปัน”

                            

         ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “คุณธรรมในอาเซียนภาคพื้นทวีป” (ASEAN Caring and Sharing Community) เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2559 ณ ห้องประชุมสารนิเทศ ชั้น 2 หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานคือ การนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้น และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานคุณธรรมในอาเซียน มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตัวแทนจากภาครัฐ ภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านจิตอาสา นักวิชาการ และบุคคลทั่วไปเข้าร่วม จำนวน 70 คน

8169 1004108202985528 8414396537266588033 n     12439061 1004104672985881 6467754013583065367 n

          นายสิน สื่อสวน ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)กล่าวว่า การดำเนินงานวิจัยด้าน จิตอาสาในอาเซียนภาคพื้นทวีปนั้น มีความสอดคล้องกับเสาหลักที่ 3 ว่าด้วยประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ที่มีเป้าหมายทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักถึงความเป็นประชาคมอาเซียน ให้มีหลักการอยู่ร่วมกันและรับผิดชอบต่อสังคม โดยการแสวงหาอัตลักษณ์ร่วม เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและใส่ใจระหว่างกัน การจัดเวทีครั้งนี้เป็นการนำเสนองานวิจัยและระดมความคิดเห็นการพัฒนาคุณธรรมการอยู่ร่วมกันในอาเซียน โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานส่งเสริมด้านจิตอาสา 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมาร์ มาร่วมประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และองค์กรหน่วยงานที่ทำเรื่องคุณธรรมความดีและจิตอาสา

          ดร.พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า การสร้างความร่วมมือของอาเซียนด้านสังคมและวัฒนธรรมนั้น มีเป้าหมายให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีการพัฒนาทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดยสิ่งที่ทำร่วมกันที่ง่ายและสอดคล้องคือ กิจกรรมที่เป็นวิถีปฏิบัติ โดยการสร้างความร่วมมือ ช่วยเหลือสนับสนุน ซึ่งถือเป็นคุณลักษณ์สากลที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประโยชน์และความขัดแย้ง ทำให้เกิดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อีกทั้งทำให้เกิดการส่งเสริมและสนับสนุนในงานด้านอื่นๆ ให้เติบโตและเข้มแข็งขึ้น

12507405 1004104486319233 7776290845296565819 n     12510277 1004104506319231 8716699955256928057 n

 

12512692 1004104626319219 91705660400362894 n     12512709 1004104639652551 3144531905284674817 n

           คุณเตือนใจ ดีเทศน์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงระบบคุณธรรมและความเชื่อของมนุษย์ที่มีความสอดคล้องกับธรรมชาติ มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ด้วยความเคารพเกื้อกูล ในมิติด้านจิตวิญญาณเชื่อว่า สรรพสิ่งในธรรมชาติล้วนมี “วิญญาณหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์” เป็นเจ้าของ มนุษย์มีความเคารพธรรมชาติ โดยมีภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ เช่น พิธีทำขวัญข้าว การเลี้ยงผีฝายผีน้ำ พิธีสืบชะตาแม่น้ำ บูชาแม่โพสพ เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ จึงต้องทำพิธีขอขมาหรือขอใช้ประโยชน์ แต่สังคมในปัจจุบันมองธรรมชาติเป็นทรัพยากรที่ใช้ในการลงทุน เพื่อหาผลกำไร โดยขาดความเคารพและยำเกรง การจะสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นได้นั้น สิ่งแรกต้องเข้าใจรากฐานการสร้างคุณธรรม ประกอบด้วย ความเชื่อ วัฒนธรรม และจารีตประเพณี ต้องมุ่งที่การพัฒนาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันบนพื้นฐานต้นทุนที่คนในอาเซียนมีอยู่ โดยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เคารพในความหลากหลาย เคารพในสิทธิมนุษยชน และทำให้เกิดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน

นางกนกพรรณ อยู่ชา ทีมนักวิจัยจิตอาสาประเทศไทยกล่าวว่า คุณธรรมความดีเป็นสิ่งที่จับต้องยาก แต่สิ่งที่จับต้องได้คือเรื่องจิตอาสา หรือความดีที่จะทำ ซึ่งถูกแปลงออกมาเป็นอาสาสมัคร แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ อาสาสมัครเฉพาะทาง อาสาสมัครทั่วไป และจิตอาสา ปัจจัยหนุนเสริมที่ทำให้งานจิตอาสาของไทยเฟื่องฟูและเกิดการพัฒนาคือ การสร้างพื้นที่สำหรับจิตอาสาในการพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน กับอีกประเภทหนึ่งคือ พื้นที่ในโลกออนไลน์ เพื่อการสื่อสารที่รวดเร็วและเป็นวงกว้าง โดยพื้นที่ดังกล่าวต้องจัดการให้เป็นพื้นที่ที่มีฐานร่วม เพื่อให้เกิดความสะดวกในการระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวของจิตอาสา

12512815 1004104622985886 680986937130622756 n     12523071 1004104482985900 5101126898196209847 n

นายอดิศร เสมแย้ม ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสป.ลาวได้กล่าวถึงแนวทางการปลูกฝังพื้นฐานทางสังคมในการดำเนินชีวิตของชนชาติลาว โดยมีการส่งเสริมความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่สมาชิก มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสังคมลาว ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปี 1975 ได้มีนโยบายมาตรฐานการสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่รัฐบาลกำหนด โดยหน้าที่พลเมืองคือการทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทำให้อาสาสมัครไม่เต็มใจทำงาน บางส่วนเลือกทำงานเพื่อรออัตราว่างในหน่วยงานราชการ แต่ระบบดังกล่าวได้กลายเป็นที่รู้จักในสังคมลาว ต่อมาภายหลังวิถีการดำเนินชีวิตของชาวลาวเปลี่ยนไปตามกระแสคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดการรวมตัวกันทำงานช่วยเหลือสังคม จนขยายกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ มีการบริจาคเงิน สิ่งของ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และพื้นที่ชนบทที่อยู่ห่างไกล

ดร.เปรมใจ วังศิริไพศาล ผู้ทรงคุณวุฒิประเทศเมียนมากล่าวถึงนิยามของจิตอาสาในเมียนมา คือการช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ เป็นการกระทำบนพื้นฐานการทำความดี กลุ่มจิตอาสาในเมียนมามีหลายกลุ่มด้วยกัน เช่น กลุ่มสังคมสงเคราะห์ การศึกษา สิ่งแวดล้อม เยาวชน ฯลฯ ปัจจัยสำคัญที่ผลต่อการเป็นจิตอาสานั้น เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อในศาสนา การเชื่อเรื่องกรรม และการช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

Mr.Kyaw Thu ประธานกลุ่ม Free Funeral Service Societyได้กล่าวถึงที่มาของการจัดตั้ง “กลุ่มณาปนกิจสงเคราะห์” เริ่มต้นจากการเป็นดารานักแสดงรางวัลทองคำ และได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาพัฒนาชุมชน ในปี 2016 ได้เห็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลเสียชีวิตและไม่ได้รับการทำศพ ทำให้เกิดปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อโรค จึงก่อตั้งกลุ่มภายใต้การทำงานที่กดดันของสถานการณ์ทางการเมืองของเมียนมา ปัจจุบันได้ขยายเปิดคลินิค ดูแลสุขภาพผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยเงินบริจาคมาจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเข้ามา Mr. Kyaw กล่าวว่า แม้ว่าจะถูกปิดกั้นจากรัฐบาล แต่ทางกลุ่มก็ยังคงปฏิบัติภารกิจและขับเคลื่อนงานต่อไป

12524212 1004108206318861 4531673910965340226 n     12548992 1004104559652559 7090399333970676666 n

นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ผู้ทรงคุณวุฒิประเทศเวียดนาม กล่าวว่า เวียดนามมีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ได้รับอิทธิพลจากขงจื้อที่เน้นด้านคุณธรรม มีระบบสังคมเครือญาติที่เข้มแข็ง มีความผูกพันทางสายเลือด การปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ กิจกรรมทางสังคมจึงดำเนินภายใต้การควบคุมจากรัฐบาลอย่างเข้มงวด แม้จะมีปัจเจกบุคคลที่ทำงานด้านอาสาสมัครก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ก็ถูกควบคุมโดยรัฐทั้งสิ้น หน่วยงานที่ทำงานด้านจิตอาสาจะคุ้นเคยกับการทำงานขององค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรเอกชนมายาวนาน จึงมีพื้นฐานการสร้างเครือข่ายการประสานงานหรือร่วมมือกับจิตอาสาในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน

ดร.ดาเรศ ชูศรี ผู้ทรงคุณวุฒิประเทศกัมพูชากล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยจิตอาสาในกัมพูชา มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่รัฐบาล ในด้านการทำงานกับสื่อมวลชน เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดแนวคิดและการปฏิบัติของจิตอาสาระดับประเทศอาเซียน และควรมีการจัดตั้งเครือข่ายคุณธรรมในภาคประชาชนในระดับประเทศและอาเซียน เพื่อการขับเคลื่อนงานอย่างจริงจัง

                        การสร้างคุณธรรมความดีนั้น ถือเป็นเรื่องสากลที่ทุกประเทศปฏิบัติได้ และสามารถพัฒนาเป็นโจทย์ร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ในอนาคตเราอาจได้เห็นสังคมโลก เป็นสังคมที่ให้ความสำคัญเรื่องคุณธรรมความดี และจิตอาสากันมากขึ้น

งานสื่อสารองค์กร / สมัชชาคุณธรรม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เลขที่ 69 อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ชั้น 16 – 17 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02 644 9900 ต่อ 203 โทรสาร 02 644 4901 www.moralcenter.or.th

ประชาชนทั่วไป นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่สนใจองค์ความรู้ด้านคุณธรรมอาเซียน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์หมายเลข 02-644-9900 หรือ www.moralcenter.or.th