ศูนย์คุณธรรมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับมืออาเซียน เปิดปฏิบัติการอบรมตำรวจเรียนรู้ศาสนสัมพันธ์

ศูนย์คุณธรรมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับมืออาเซียน เปิดปฏิบัติการอบรมตำรวจเรียนรู้ศาสนสัมพันธ์

          ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับกองบัญชาการการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเครือข่ายศาสนิกสัมพันธ์ จัด “การฝึกอบรมแกนนำศาสนิกสัมพันธ์ สำหรับเสริมหลักสูตรว่าด้วยการอบรมคุณธรรม จริยธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยมี นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ณ กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ในการสร้างครูวิทยากรแกนนำศาสนิกสัมพันธ์ ให้กับศูนย์กับฝึกอบรมตำรวจ 11 ศูนย์ ทั่วประเทศ ที่มีองค์ประกอบทั้งข้าราชการตำรวจ ผู้แทนศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลามมาเข้าร่วมโครงการ

news1 8 6 59

นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวถึงความสำคัญของ “การอบรมแกนนำศาสนิกสัมพันธ์ สำหรับเสริมหลักสูตรการอบรมคุณธรรม จริยธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งนี้ ถือเป็นการปฏิบัติการภายใต้วิสัยทัศน์ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ทันยุค ของการเปิดประชาคมอาเชียน การให้ความรู้คนในสังคมให้อยู่ร่วมกันอยู่สันติสุขเป็นเรื่องสำคัญ ดังปณิธาน 3 ประการของท่านพุทธทาสภิกขุ คือ การเข้าถึงหลักธรรมในแต่ละศาสนาที่ตนเองนับถือ นายกรัฐมนตรีพูดเสมอว่า อยากให้คนเข้าถึงหลักธรรมในศาสนาที่ตนเองนับถือ ประการที่สอง คือ การหลุดพ้นจากวัตถุนิยม และประการที่ สาม คือ ไม่ว่าจะเชื้อชาติศาสนาไหน ต้องสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันในแต่ละศาสนาเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข การอบรมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จ ที่วิทยากรแกนนำศาสนิกสัมพันธ์สามารถจะนำหลักสูตรความรู้ไปใช้ถ่ายทอดต่อให้กับนักเรียนนายสิบ กว่า 8 พันกว่าคน ทั่วประเทศ เชื่อว่านักเรียนนายสิบที่ผ่านหลักสูตรเมื่อออกไปปฏิบัติหน้าที่จริง จะมีจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่และใช้วิถีชีวิตเพิ่มขึ้น และเชื่อเสมอว่า “คนเราส่วนใหญ่ คนอยากทำดี” กระทรวงวัฒนธรรมเอง จัดทำแผนส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมแห่งชาติ เพื่อการขับเคลื่อนคุณธรรมจริยธรรมต่อเนื่องในทุกรัฐบาล มุ่งเป้าการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม รักษาและส่งเสริมการฟื้นฟูวัฒนธรรม ประเพณีไทยเพื่อให้ความเป็นไทยเข้มแข็งขึ้น

 

news2 8 6 59  news2 8 6 59  news2 8 6 59

นายสิน สื่อสวน ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรม เป็นองค์การมหาชนที่มีบทบาทภารกิจในการสร้างคุณธรรมที่เหมาะกับสังคมไทย โดยเฉพาะเรื่องของการสร้าง คนดี สังคมดี เราทุกคนตระหนักว่า ข้าราชการตำรวจทำงานของเกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรงและสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประชาชนจากประเทศต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย ตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นด่านหน้าของประเทศ ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะนอกจากเรื่องเรื่องเศรษฐกิจแล้ว การสร้างสัมพันธ์ด้านศาสนาและวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง หากตำรวจได้เรียนรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักศาสนาถูกต้อง ก็จะปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องส่งผลต่อการสร้างความสัมพันธ์อันดีและป้องกันปัญหาระหว่างประเทศได้

          ศูนย์คุณธรรมมีองค์ความรู้ชุดประสบการณ์ เรื่องศาสนสัมพันธ์ ทำงานร่วมกับผู้นำศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลามมาอย่างต่อเนื่อง จึงเสนอความร่วมมือกับผู้บัญชาการการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการจริยธรรมตำรวจที่ให้ความสำคัญและมองเห็นโอกาสการพัฒนาศักยภาพตำรวจ พัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้นให้เป็นหลักสูตรการพัฒนาแกนนำการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการจัดอบรมนักเรียนนายสิบทั่วประเทศต่อไป โดยศูนย์คุณธรรมทำหน้าที่หลัก ด้านวิชาการ ประสานผู้นำทางศาสนาต่างๆ มาร่วมออกแบบหลักสูตร สร้างเครื่องมือ คู่มือประกอบการอบรม และภายหลังการอบรมศูนย์คุณธรรม มีแผนการติดตามจัดวิทยากรส่วนกลางเข้าไป Coaching หรือให้คำแนะนำในพื้นที่ศูนย์ฝึกอบรมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ครูแกนนำสามารถออกแบบกิจกรรมเสริมหลักสูตรได้

 

news2 8 6 59  news2 8 6 59  news2 8 6 59

พระปัญญาวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ผู้แทนศาสนาพุทธ กล่าวในนามของเจ้าอาวาสวัดสระเกศ “โครงการนี้เห็นถึงความตั้งใจดีของหน่วยงานภาคราชการและศาสนาต่างๆ ที่ร่วมมือกันสอนให้เยาวชนของชาติได้ปฏิบัติตามศาสนาของตนเพื่อให้เกิดความสันติสุขในประเทศชาติและโลกใบนี้ การใช้หลักธรรมในการครองตนในสังคมอย่างมีความสุข ต้องตระหนักถึงหลักคำสอนของแต่ละศาสนาที่แท้จริงที่มุ่งเน้นการสร้างเป้าหมายความสุขการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของการปฏิบัติที่เข้าใจและถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งต้องเรียนรู้เปิดใจรับรู้จารีตและวัฒนธรรมของศาสนาอื่นๆ ที่อยู่ด้วยกัน ก็จะปฏิบัติสอดคล้องกันและเกิดสันติสุข และเพื่อให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเป็นหนังหน้าไฟที่เป็นด่านหน้าไปช่วยแก้ไขปัญหาสังคมให้เกิดสันติสุข วิทยากรแกนนำที่ผ่านการอบรมจึงต้องมีความเข้าใจ พร้อมทั้งสามารถถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับการอบรมไปสู่ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้าใจและปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้อง ทำให้เกิดการยอมรับของชุมชนที่มีศาสนาหลากหลายอยู่ร่วมกัน อันจะนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยและได้รับความร่วมมือจากความแตกต่างที่มีอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน”

นายสุธรรม บุญมาเลิศ เลขานุการจุฬาราชมนตรี ผู้แทนศาสนาอิสลาม “การอบรมในองค์กรตำรวจครั้งนี้เป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์เพราะคุณธรรม จริยธรรมค่อนข้างเหือดหายไปจากสังคมไทย ในฐานะที่เราเป็น     พสกนิกรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่ากลุ่มชนใด นับถือศาสนาใดที่อยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรที่จะแสดงถึงความจริงใจที่จะทำให้พระองค์ทรงมีความสุข ประเทศไทยมีความเป็นพหุในหลายๆ ด้านโดยเฉพาะด้านศาสนา หากเราทุกคนยอมรับที่จะทำให้ศาสนิกของตนเองมีคุณธรรม มีจริยธรรม มีศีลธรรม ในโอกาสที่มีการอบรมศาสนิกสัมพันธ์ให้กับวิทยากรแกนนำครั้งนี้มุ่งเน้นเรื่องของศีลธรรม จริยธรรม สิ่งที่อยากเน้นย้ำ คือ ต้องเอาหลักการศาสนาที่แท้จริงไม่บิดเบือนมาสร้างการเรียนรู้ให้แก่กัน ดังพระราชดำรัสของในหลวงที่ว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”เราจะต้องให้ความเข้าใจและเรียนรู้ซึ่งกันและกันในหลักการแต่ละศาสนา และเจ้าของศาสนาต้องนำหลักการที่แท้จริงมานำเสนอในสังคม โดยต้องตัดอคติออกไปมิฉะนั้นเราไม่สามารถเข้าใจกัน เมื่อเข้าใจกันแล้วก็จะสามารถเข้าถึงกันได้ เมื่อเข้าถึงกันแล้วทุกหมู่เหล่าก็จะเกิดการพัฒนา ไม่ว่าศาสนาใดหลักคำสอนก็จะคล้ายคลึงกันและมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ฝึกศาสนิกของตนเองให้เป็นคนดี การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำโครงการนี้มีความเหมาะสม เพราะเมื่อผู้รักษากฎหมายมีความเข้าใจและความชำนาญ ก็สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องและสร้างความพึงพอใจให้ทุกส่วน ทุกตัวบุคคล การอบรมครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและควรขยายผลต่อไป

มุขนายกยอแซฟชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ มุขนายกสังฆมณฑลนครราชสีมา และเลขาสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ผู้แทนศาสนาศริสต์  

ตำรวจเป็นฮีโรของประชาชน โดยเฉพาะเด็กเยาวชนเพราะตำรวจได้ทำสิ่งที่กล้าหาญและเป็นประโยชน์ในฐานะผู้พิทักษ์ จึงเป็นอาชีพที่ใครหลายคนใฝ่ฟัน แต่ตำรวจก็ยังมีภาพพจน์ทั้งบวกและลบ แต่ประเทศต้องการความสงบสุข ตำรวจจึงยังคงเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ดังนั้นเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการที่จะจัดอบรมเรื่องคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตรศาสนิกสัมพันธ์ ผู้นำศาสนาทั้ง 3 ศาสนายินดีให้ความร่วมมือ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมเกิดความสงบร่มเย็น ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายของประเทศไทย คือ ความสงบร่มเย็น ไม่ว่าเราจะทำหน้าที่ที่แตกต่างหลากหลาย แต่เราเป็นคนไทยด้วยกัน เราถือว่าความสงบสุข ความร่มเย็น เป็นเรื่องเดียวกัน เป็นเป้าหมายเดียวกัน ฉะนั้นเราจำเป็นต้องมาร่วมมือกัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำสิ่งที่ทันสมัยตามปณิธานของท่านพุทธทาส ก้าวทันประชาคมอาเซียน ถือว่าข้าราชการตำรวจได้ขยับก่อนเหล่าทัพอื่นและทำนำร่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ดังนั้นท่านมาจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพื่อมาฝึกอบรมเป็นครูแกนนำถ่ายทอดความรู้ให้กับข้าราชการตำรวจ เพื่อให้ทำหน้าที่ด้วยความเข้าใจ ที่ผ่านมาเราเห็นผู้ก่อการร้ายสุมหัวกันก่อการร้ายได้สำเร็จ แต่คนดีต่างคนต่างอยู่ งานดีๆ จึงไม่เกิดขึ้น วันนี้เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความสงบสุขร่มเย็น เราผู้ก่อการดีต้องมารวมกัน ทำสิ่งที่เราต่าง คนต่างทำ ให้เป็นเรื่องเดียวกัน และหากผู้นำ 3 ศาสนาช่วยข้าราชการตำรวจ ให้เกิดความเข้าใจ เวลาตำรวจปฏิบัติหน้าที่พบกับศาสนิกคนไทย ศาสนาอื่นๆ ก็จะไม่รู้สึกว่ามีความกังวล ความระแวงและความไม่ไว้ใจก็จะหมดไป การแต่งตัวไม่เหมือนกัน กินไม่เหมือนกัน มีประเพณีไม่เหมือนกันก็แต่ท่านทั้งหลายเป็นสาธุชนการจะเข้าโบสถ์ มัสยิด ไม่ได้หวงห้าม และตำรวจก็สามารถช่วยเสริมให้ศาสนามีความเข้มแข็งได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงมีพันธกิจร่วมกันที่จะประสานประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

news8 8 6 59

         

          พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้บัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวในพิธีปิดการอบรมครั้งนี้ว่า “การอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมที่มีประโยชน์และสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะอนุกรรมการจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ จัดโครงการนี้ขึ้น มีเจตนาที่จะจัดอบรมและสร้างแกนนำ รับความรู้ไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนนายสิบตำรวจ นักเรียนนายร้อยตำรวจและข้าราชการตำรวจ ความเป็นมาของโครงการนี้เกิดจากบันทึกข้อตกลงของกองบัญชาการศึกษา กับศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในปี 2558 ที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมโดยตรงให้กับนักเรียนนายสิบตำรวจที่กองบังคับการฝึกอบรมกลางแห่งนี้ ต่อมาในปี 2559 ทั้งสองหน่วยงานจึงมีแนวคิดที่จะอบรมแกนนำให้กับครู อาจารย์ และผู้ที่จะทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องนี้ให้กับนักเรียนนายสิบ แต่เมื่อมีการรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติและคณะอนุกรรมการว่าด้วยจริยธรรมและจรรยาบรรณแล้ว มีความเห็นว่าควรอบรมให้นักเรียนทั้งหมดและครู อาจารย์ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทั้งหลายสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความสร้างสรรค์ไม่เกิดความแตกแยก หรือทำให้เกิดความไม่พึงพอใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยอยู่ในช่วงการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งต้องมีการทำงานร่วมกับผู้คนที่หลากหลายเชื่อชาติและศาสนามากขึ้น สิ่งต่างๆ ที่วิทยากรได้แนะนำเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งจะมีการสรุปผลการอบรมร่วมกันเพื่อพัฒนาสิ่งที่ยังขาดต่อไป ”

ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จชิ้นโบว์แดงของศูนย์คุณธรรมที่สามารถขับเคลื่อนเชิงนโยบายส่งมอบองค์ความรู้หลักสูตรศาสนิกสัมพันธ์ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สร้างแกนนำครูวิทยากรศาสนิกสัมพันธ์ 88 คน ประจำศูนย์เรียนรู้ 11 ศูนย์ทั่วประเทศ ปี 2558 สร้างตำรวจอาเชียนได้ 345 คน คาดว่า จะพัฒนาข้าราชการตำรวจได้อีก 8 พันกว่าคนภายในปี 2560 รวมถึงสามารถประสานความร่วมมือผู้นำศาสนาทั้ง 3 ศาสนาหลักของประเทศให้เป็นองค์ประธานของฝ่ายศาสนาแต่ละศาสนา เพื่อสร้างวิทยากรแกนนำศาสนิกสัมพันธ์นำไปสู่การขับเคลื่อนสร้างความรู้ความเข้าใจในประชุนผู้นับถือศาสนาของตนให้เข้าใจในหลักธรรมคำสอนแห่งตนและเข้าใจศาสนาอื่นๆ ที่อยู่ร่วมกันในสังคม ถือเป็นการขับเคลื่อนคุณธรรมสู่ประชาคมอาเซียนอย่างแท้จริง