ศูนย์คุณธรรมเสนอการพัฒนาจัดการกองทุนหมู่บ้านบนฐานคุณธรรม

 

9440 1

 

นายสิน สื่อสวน ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) เข้าพบ นายนที ขลิบทอง  หารือใช้คุณธรรมยกระดับกองทุนหมู่บ้านมุ่งการพัฒนามิติคุณค่าควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มในการบริหารจัดการกองทุนหมู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด   ตอบโจทย์การใช้เงินของภาครัฐบาลลงสู่ชุมชนฐานราก เมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา

ศูนย์คุณธรรม หวังใช้ชุดประสบการณ์โมเดลความสำเร็จที่เป็นองค์ความรู้กระบวนการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมมาตอบสนองการพัฒนาตามนโยบาลรัฐบาลในการใช้คุณธรรม จริยธรรมสร้างค่านิยมให้กับทุกระบบในสังคมโดยเฉพาะพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ยั่งยืนมั่นคง  “ศูนย์คุณธรรม มีนโยบายการส่งเสริมพัฒนามาตรฐานคุณธรรม ให้กับองค์กรกลุ่มต่างๆ ในสังคม เช่น องค์กรชุมชน องค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ  ซึ่งในเบื้องต้นให้ความสำคัญกับองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรฐานรากและเป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ของสังคม รวมถึงมีเม็ดเงินที่ภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชน  กองทุนหมู่บ้าน ที่ใช้ความรู้ความสามารถในการจัดการด้านเดียวไม่น่าจะเพียงพอ หากสามารถใช้มิติคุณธรรมเข้าไปเสริมจะทำให้การบริหารองค์กรมีคุณภาพและความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น” นายสิน สื่อสวนกล่าว

 “เม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบกองทุนหมู่บ้านปัจจุบัน ไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านบาท โดยในแต่ละรอบ 2-3 ปีกองทุนมีการประเมินผลความสำเร็จของโครงการ และมีการกำหนดเกณฑ์การประเมินและตัวชี้วัดเพื่อยกระดับการพัฒนากองทุน เช่น ปี 51-52 เป็นการประเมินรอบที่ 3   มีตัวชี้วัด 3 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ  ด้านผลการดำเนินงานที่เป็นผลผลิต ผลลัพธ์ และด้านการพัฒนา ที่บ่งบอกถึงการขยายสมาชิก การจัดสวัสดิการดูแลสมาชิก  ซึ่งในปี 59 อยู่ระหว่างการกำหนดเกณฑ์การประเมินรอบที่ 4  หากมีมิติด้านคุณธรรม จริยธรรม ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีและเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง” นายนที  ขลิบทอง บอกเล่าถึงความจำเป็นและเห็นด้วยที่จะมีแผนการพัฒนายกระดับมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมให้กับกองทุนหมู่บ้าน และกล่าวทิ้งท้ายว่า  “เป้าหมายไม่ต้องการให้ชุมชนมองการจัดการการเงินในมิติการเงิน แต่อยากให้มองในมิติคุณค่า หากใช้เรื่องคุณธรรมมาช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมอง จะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับกองทุนหมู่บ้านมากขึ้น”  

เป็นเรื่องที่น่าติดตามลุ้นให้เกิดการลงนามความร่วมมือในเร็ววัน เพื่อให้เงินเม็ดเงินที่หมุนลงในระบบเงินทุนชุมชนจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง