A- A A+

เมนู

01 

        

         วันที่ 4 เมษายน 2562 : ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดประชุมวิชาการคุณธรรมในพื้นที่ทางสังคม : วินัยกับครอบครัวไทย เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น เจ้าของเพจชื่อดัง “เลี้ยงลูกนอกบ้าน” ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ถอดรหัสความสำเร็จสร้างได้ด้วยวินัย ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 

         ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย คณะอนุกรรมการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมมีใจความว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในมิติคุณธรรม คือหัวใจของการพัฒนาประเทศ โดยในระดับนโยบายได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เห็นได้จากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ที่มีเป้าหมายให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 และสังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564) ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ ที่ส่งเสริมให้คนไทยมีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย ภูมิใจในชาติ มีจิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ รับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

         เส้นทางสู่เป้าหมายเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการปลูกฝังและส่งเสริมให้คนในสังคมไทยเกิดแรงบันดาลใจในการทำความดี ซึ่งเชื่อมโยงกันระหว่างการพัฒนาคุณธรรมระดับบุคคล และระดับสังคม ผ่านสถาบันทางสังคมในรูปแบบต่างๆ เช่น ครอบครัว ชุมชน สถาบันทางศาสนา สถานศึกษา สถานที่ทำงาน รวมทั้งเทคโนโลยีและการสื่อสาร

         รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “ครอบครัว” เป็นสถาบันทางสังคมที่มีความสำคัญ และเป็นพื้นฐานแรกในการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ครอบครัวในปัจจุบันมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวอยู่คนเดียว ครอบครัวข้ามรุ่น ฯลฯ แต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกัน ทั้งบริบท สภาพปัญหา และความต้องการ โดยสถานการณ์ปัญหาของครอบครัวที่พบบ่อย คือการขาดวินัยในตนเองของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว กล่าวคือ ถ้าพ่อแม่หรือผู้ปกครองมอบความรัก ความผูกพัน และความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว เด็กก็จะได้รับการปลูกฝังคุณธรรม มีพฤติกรรมดี และนำไปสู่การเรียนรู้การมีวินัยในตนเองได้อย่างถูกต้อง แต่หากขาดการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อแม่ หรือผู้ปกครองก็จะทำให้เด็กเกิดการหล่อหลอมบุคลิกภาพและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

         ดังนั้น ศูนย์คุณธรรม ในฐานะที่เป็นองค์กรเชื่อมโยง ประสานเครือข่ายทางสังคม และรณรงค์การขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมสู่สังคมสันติสุข ตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวในฐานะสถาบันทางสังคมที่ร่วมขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม จึงได้จัดงานประชุมวิชาการคุณธรรมในพื้นที่ทางสังคม ครั้งที่ 3  “วินัยกับครอบครัวไทย” ภายใต้แนวคิดพื้นที่ความรู้ (Knowledge space) ของการส่งเสริมความดี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในมิติคุณธรรม ซึ่งนอกจากการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความอบอุ่นให้กับครอบครัวแล้ว ยังต้องมุ่งส่งเสริมด้านการมีวินัยในตนเอง และการสร้างสัมพันธภาพเชิงบวกของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งการปรับเปลี่ยนค่านิยมหรือทัศนคติของคนในสังคม ให้เข้าใจถึงความสำคัญของการส่งเสริมการมีวินัยในตนเองและครอบครัว เพราะเมื่อพ่อแม่ เด็กหรือสมาชิกในครอบครัวมีการฝึกฝนทักษะการมีวินัยแล้ว ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นการส่งเสริมให้เกิดวินัยขึ้นในสังคมด้วย

                  การประชุมวิชาการ “วินัยกับครอบครัวไทย” ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

                           ๑. เพื่อทำให้คนในสังคมเข้าใจ มองเห็นคุณค่า และความสำคัญของการส่งเสริมวินัยในตนเอง และ ครอบครัว รวมทั้งการสร้างสัมพันธภาพเชิงบวกของสมาชิกในครอบครัว

                           ๒. เพื่อสร้างพื้นที่ความรู้ (Knowledge space) ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด และ ประสบการณ์ของการส่งเสริมวินัยในครอบครัว ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสังคมและวัฒนธรรม

                           ๓. เพื่อประมวลองค์ความรู้และนวัตกรรมส่งเสริมคุณธรรมตามช่วงวัยจากการปฏิบัติจริง และ นำองค์ความรู้ไปใช้ในการส่งเสริมครอบครัวได้อย่างเหมาะสม 

                           ๔. เพื่อสร้างเครือข่ายวิชาการที่ดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมตามช่วงวัยรูปแบบการจัดงานประกอบไปด้วย เวทีปลุกพลังสร้างแรงบันดาลใจ “ถอดรหัสสร้างความสำเร็จได้ ด้วยวินัย” และเวทีเสวนาวิชาการ “วินัยสร้างได้ในครอบครัว” ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการส่งเสริมวินัยในครอบครัว ผ่านมุมมองของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัว


เขียนข่าว : นางสาววิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

Head2 

        

          วันที่ 28 มีนาคม 2562 : นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานสมัชชาคุณธรรมภาคใต้ “ขับเคลื่อนสังคมพหุวัฒนธรรม ด้วยคุณธรรมความดี พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา” และบรรยายพิเศษ พร้อมมอบนโยบาย “ทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านคุณธรรม” มีกรรมการศูนย์คุณธรรม ได้แก่ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย และนางสาวอุษณี กังวารจิตต์ กรรมการศูนย์คุณธรรม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด และเยี่ยมชมนิทรรศการส่งเสิรมคุณธรรม ภาคีเครือข่าย กว่า 30 บูธ ทั้งนี้ นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กรรมการ และผู้บริหารศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ และภาคี เครือข่าย 14 จังหวัดที่มาร่วมงาน จัดโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักการจัดงาน ระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคม 2562 ณ ศาลาประชาคม โรงละครองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช

          นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า สาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้องด้านคุณธรรม ที่รัฐบาลมุ่งหวังจะให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล 6 ยุทธศาสตร์/ด้าน ซึ่งในด้านที่จะเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเรื่องคุณธรรมของคนในชาติ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ที่มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ เพื่อพัฒนาคนในทุกมิติ และทุกช่วงวัยให้เป็น คนดี เก่ง และมีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีของโลกและประเทศ ส่งผลต่อวิธีคิดและวิถีชีวิตของประชาชนให้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ส่งผลทำให้คนยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมน้อยลง มีปัญหาสังคมที่สะท้อนถึงความบกพร่องทางคุณธรรมจริยธรรม คนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ความสุขอาจน้อยลง สังคมพัฒนาขึ้น แต่ยึดมั่นในความดีน้อยลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ แม้ไม่สามารถห้ามหรือหยุดยั้งได้ แต่สามารถฟื้นฟู พัฒนาคุณธรรมของคนเพื่อ “สร้างคนดี สังคมดี” ให้เกิดบรรทัดฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุขได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสังคมไทยอย่างยิ่ง

          นอกจากแนวทางที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติแล้ว การส่งเสริมคุณธรรมควรจะต่อยอดจากความสำเร็จจากงานเดิมที่มีอยู่ ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีการส่งเสริมองค์กรคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม อำเภอคุณธรรม และจังหวัดคุณธรรมที่หลากหลาย ขยายวงกว้างมากขึ้น แต่อาจเรียกชื่อแตกต่างกันไปบ้าง โดยเอาประสบการณ์ความรู้ ความสำเร็จขององค์กรเหล่านั้นมาจัดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาเป็นความรู้ การส่งเสริมคุณธรรมที่เหมาะสมกับสังคมไทย และขยายผลออกไปให้กว้างขวาง อีกประการหนึ่งคือทำคุณธรรมจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรม โดยอาจเลือกเอาคุณธรรมสำคัญที่เป็นเรื่องใกล้ตัวใกล้ตัวและใช้ในชีวิตประจำวันโดยปกติ เช่น “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา”

          อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนให้สังคมไทย เป็นสังคมคุณธรรมนั้น ปัจจัยความสำเร็จไม่ใช่การมีแผนระดับชาติหรือการทำงานของหน่วยงานรัฐเท่านั้น เพราะการส่งเสริมปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องยากและท้าทาย จะใช้การสั่งการหรือบังคับไม่ได้ แต่จะต้องสร้างกระบวนการขัดเกลา บ่มเพาะ ปลูกฝัง จิตสำนึกของประชาชน และจะต้องประสานความร่วมมือ รวมพลังกับทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และองค์กรทางศาสนา ให้เป็นพลังประชารัฐขับเคลื่อนทั้งในระดับนโยบาย ปฏิบัติให้เข้าถึงบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ทั้งหมด รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในงานสมัชชาคุณธรรมระดับภูมิภาคครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีกลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหาแนวทางการขับเคลื่อนคุณธรรมร่วมกันแล้ว ขอให้ทุกหน่วยงานทำอย่างจริงจัง

          ด้าน รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวถึงวัตถุ ประสงค์การจัดงานสมัชชาคุณธรรมภาคใต้ว่า กระบวนการสมัชชาคุณธรรม ถือเป็นกลไกหนึ่งที่สนับสนุนการสร้างการรับรู้และการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559 - 2564) และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้านคุณธรรม โดยเป็นเวทีกลางในการขับเคลื่อนคุณธรรม ความดี แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อหาแนวทางการขับเคลื่อนวาระด้านคุณธรรม เพื่อขยายผลสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ และสร้างกระแสคุณธรรมอย่างมีพลังจากทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสร้างกระแสรณรงค์ การพัฒนาปลุกจิตสำนึกด้านคุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ให้เกิดการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติและสามารถวัดผลได้ตามบริบทของแต่ละองค์กร
          การจัดงานสมัชชาคุณธรรมภาคใต้ มีวัตถุประสงค์ในการจัดงานสำคัญ 5 ประการ คือ
                  1. เพื่อเป็นเวทีกลางของหน่วยงาน องค์กร เครือข่ายทุกภาคส่วนในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การขับเคลื่อนและพัฒนาคุณธรรมของสังคมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
                  2. เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายและสนับสนุนกระบวนการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559-2564) และยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้องด้านคุณธรรม
                  3. เพื่อขยายผล ติดตามการขับเคลื่อนคุณธรรมตามประกาศเจตนารมณ์จากการจัดสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๙ ในระดับภูมิภาค และสร้างกระแสรณรงค์คุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา
                  4. เพื่อส่งเสริมกระบวนการค้นหา ยกย่อง เชิดชูบุคคล องค์กรด้านคุณธรรม ขยายผลแนวคิด ผลสำเร็จการขับเคลื่อนสู่สาธารณะ และการนำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมาขององค์กรเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
                  5. เพื่อรวบรวมข้อมูล องค์ความรู้ สถานการณ์คุณธรรม แนวทางการส่งเสริมเสริมและพัฒนา

          คุณธรรมเป็นประกาศเจตนารมณ์ขององค์กรเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมส่งมอบข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่กระบวนการสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ “คุณธรรม” คือ พฤติกรรม และพฤตินิสัยที่ดีต่อตนเอง ใครทำคนนั้นได้ประโยชน์ จะเกิดสารเคมีแห่งความสุขหลั่งออกมา ชโลมใจ จะไม่เป็นทุกข์ ผลดีนี้จะทำให้คนรอบข้างสัมผัสได้ และมีความสงบสุขร่วมด้วย ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรมกล่าว

 

 

ภาพบรรยากาศงาน

Download เอกสาร


เขียนข่าว : นางสาววิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

001 

 

        วันที่ 19 มกราคม 2562 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดเวทีนำเสนอร่างดัชนีชี้วัด พอเพียง วินัย สุจริต จิตสาธารณะ และรับผิดชอบ (เวทีที่ 3) ภายใต้โครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในการส่งเสริมสังคมคุณธรรม หัวข้อพัฒนาดัชนีชี้วัดพอเพียง วินัย สุจริต จิตสาธารณะ และรับผิดชอบ มี นางสาวธัญลักษณ์ ศรีสง่า หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาองค์ความรู้นวัตกรรม ศูนย์คุณธรรม กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดเวทีว่า เพื่อนำเสนอร่างดัชนีชี้วัดพอเพียง วินัย สุจริต จิตสาธารณะ และรับผิดชอบ (เวทีที่ 3) ที่อยู่ภายใต้การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านที่ 3 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทุนมนุษย์ โดยการนำเสนอร่างดังกล่าวล้วนมาจากการระดมสมองของภาคส่วนที่หลากหลาย จากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ฯลฯ ซึ่งข้อคิดเห็นที่ได้จะถูกรวบรวมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาร่างดัชนีชี้วัด ที่มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายทางสังคมในการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรมร่วมกัน ณ ห้องประชุมเซี่ยงไฮ้ คลับ ชั้น 2 โรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพฯ

        ได้รับเกียรติจาก ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บรรยายในหัวข้อ “ดัชนีชี้วัดคุณธรรมสู่แนวทางการพัฒนาศักยภาพมนุษย์” มีใจความว่า การเสนอร่างดัชนีชี้วัดที่อยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ ด้านที่ 3 คือ “การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน” จะคลอบคลุมใน 7 ประเด็น ได้แก่ การปรับเปลี่ยน การปลูกฝังค่านิยม วัฒนธรรม, การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย, การสร้างความตระหนักรู้ที่หลากหลาย, การเสริมสร้างทักษะคิด, การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์, การเสริมสร้างสุขภาวะที่ดี และการเสริมสร้างทักษะทางด้านการกีฬาเป็นหลัก การวัดค่าดัชนีชี้วัดจะทำโดยกำหนดค่า XYZ ซึ่งค่า X หมายถึงดัชนีชี้วัดที่มาจากการนำเสนอความคิดเห็นที่หลากหลายของผู้เข้าร่วม ค่า Y หมายถึงการแปลงค่าหรือการวัดความสำเร็จของงาน วัดศักยภาพของหน่วยงาน เช่น วัดในเชิงภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการลงทุนเพื่อสังคมหรือไม่ คนในสังคมมีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันหรือไม่ หรือการวัดค่า CPI ตัวชี้วัดการทุจริตคอรัปชั่น ฯลฯ สุดท้ายค่า Z หมายถึง การวัดค่าดัชนีชี้วัดว่ามีความสอดคล้องหรือสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร เป็นต้น 

        รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวถึง “ภาพอนาคตในการดำเนินงานของศูนย์คุณธรรม” ว่า การปรับเปลี่ยนค่านิยมเพื่อเสริมสร้างให้คนไทยทั้งประเทศมีคุณธรรม จริยธรรม พอเพียงและรักถิ่นฐานถือเป็นเรื่องท้าทาย เพราะปัญหาของประเทศไทยอยู่ที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบบ (Meso - System) ดังนั้น การแก้ไขปัญหา คือ การปรับเปลี่ยนระบบนิเวศของมนุษย์ (Bio-ecosystem Model) ที่จำเป็นในทุกด้าน ทั้งที่บ้าน โรงเรียน ชุมชน สถานที่ทำงาน รวมถึงการนำหลักธรรมทางศาสนาที่ศรัทธามาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพื่อเป็นหลักยึดในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปสู่การเรียนรู้ที่ซึมทราบจนกลายเป็นวิถีชีวิต และเป็นพฤตินิสัย โดยย้ำว่า ภาพการดำเนินงานของศูนย์คุณธรรมในอนาคต สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ และสอดรับกับ 9 ประเด็นหลักในเชิงพฤติกรรมที่กำหนดเป็นแนวปฏิบัติ (Guideline) ในการพัฒนาตัวชี้วัดคุณธรรมในองค์กรและชุมชน ได้แก่ การใช้ทรัพยากรคุ้มค่า การทำตามกฎระเบียบ การจัดการข้อมูลชัดเจน การทำงานโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อผู้รับบริการ การทำงานร่วมกันในองค์กรและชุมชน การทำกิจกรรมเพื่อชุมชนและสังคม และการดูแลทรัพยากรส่วนรวม รู้ทันการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ยังเสนอให้เพิ่มเติมในอีก 3 ประเด็น ได้แก่ การทำงานอย่างมีความสุข การจับถูกมากกว่าจับผิด (positive reaction) และ การบรรลุเป้าหมายที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดจะสอดรับกับการทำงานของศูนย์คุณธรรม ภายใต้ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย

        สำหรับเวทีระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ ได้ข้อสรุปจากผู้เข้าร่วมที่มาแลกเปลี่ยนและแชร์ประสบการณ์ ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม กว่า 70 คน ผ่านวิทยากรกระบวนการ (คุณจารุปภา วะสี) ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แม่ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกรอบการดำเนินงานดัชนีชี้วัดคุณธรรมที่องค์กรและชุมชนสามารถนำไปใช้และปฏิบัติได้จริง และเสนอให้มีองค์กรกลางที่ทำหน้าที่สื่อสารว่าบุคคลหรือองค์กรใดจะมีบทบาทตอบปัญหาและชี้แจงแนวทางการนำดัชนีชี้วัดนี้ไปใช้.


เขียนข่าว : นางสาววีนัส เวลาดี / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

001 

 

       วันที่ 15 มีนาคม 2562 นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม ร่วมประชุมเครือข่าย ITA และ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) รัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 1/2562 ณ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี

       การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๒ โดยมี คุณฉวีวรรณ นิลวงศ์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงาน ป.ป.ท. รวมถึง การบรรยายแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ โดย พลอากาศเอกวีรวิท คงศักดิ์ คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ และบรรยายเสริมความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางสร้างองค์กรคุณธรรม โดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ 1

       “การสร้างองค์กรคุณธรรม” คือการรวมพลังขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม จะเกิดขึ้นได้ด้วยการนำแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ( พ.ศ. 2559 – 2564 ) และ 4 คุณธรรม (พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ) มาเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน และยังต้องมีการกำหนดตัวชี้วัด ได้แก่ การกำหนดคุณธรรมร่วม กำหนดปัญหาที่อยากแก้ ความดีที่อยากทำ ฯลฯ ผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม ส่งผลให้เกิดองค์กรคุณธรรมในระดับจุลภาค เช่น การเกิดขึ้นของวัดคุณธรรม โรงเรียนคุณธรรม ชุมชนคุณธรรม ฯลฯ และมากกว่านั้น ยังก่อให้เกิดการสร้างองค์กรคุณธรรมในระดับมหภาค คือ การเกิดขึ้นของกระทรวงคุณธรรม จังหวัดคุณธรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมทั้งในระดับจุลภาคและในระดับมหาภาค ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี กระตุ้นให้เกิดคนดีในองค์กรและสังคม นายยงจิรายุ กล่าว


เขียนข่าว : นางสาววีนัส เวลาดี / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

003 

 

         วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562  รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี  ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม และคณะเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุมเตรียมการจัดงานสมัชชาคุณธรรมภาคใต้ ณ ห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี นายถาวรวัฒน์  คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช  กล่าวต้อนรับพร้อมทั้งบอกถึงแผนการดำเนินงาน ในวันที่ ในวันที่ 28- 29 เดือนมีนาคม 2562 ณ หอประชุมโรงละครและศาลาประชาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช

         รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กล่าวว่า การจัดสมัชชาคุณธรรมระดับภาคและระดับชาติเป็นภาระกิจสำคัญ โดยจะนำข้อมูลเนื้อหาเชิงประเด็นที่สำคัญจากการจัดสมัชชาคุณธรรมระดับภาค นำเข้าไปเป็นเนื้อหาสาระสำคัญในสมัชชาคุณธรรมระดับชาติ ซึ่งจะถูกพัฒนาเป็น วิสัยทัศน์มุ่งเป้าในปี 2562 – 2565 ให้เกิดรูปธรรมการทำงานที่สำคัญ ดังนี้

                  ศูนย์วิจัยนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย

                  สมัชชาคุณธรรม เชื่อมโยง ท้องถิ่น ภูมิภาค ชาติและนานาชาติ

                  องค์กรคุณธรรมต้นแบบและ Green Office

                  ระบบสารสนเทศที่เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างสังคมคุณธรรม

                  สถาบันพัฒนาวิทยากรคุณธรรม

         รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมประชุมท่านจากทุกภาคส่วน ที่เสียสละมาระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณธรรมในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงได้มาวางแผนการจัดสมัชชาคุณธรรม ทำให้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการส่งเสริมคุณธรรม การขับเคลื่อนให้สังคมได้เรียรู้ รวมถึงการแปลงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่การปฏิบัติ รวมถึงศูนย์คุณธรรมที่ได้มาขับเคลื่อนคุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา” ซึ่งถือได้ว่าเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เพราะฉะนั้น เราต้องทำเบ้าหลอมให้เหมือนกันทั่วประเทศ


เขียนข่าว : นางสาวสารินี ถูกจิตร / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

003 

 

          วันที่ 4 มีนาคม 2562 รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมเสวนา “การศึกษาสะท้อนพลเมืองรุ่นใหม่มีวินัย รักถิ่นฐาน” ในเวทีรับฟังความคิดเห็น Youth Voice Forum พลเมืองรุ่นใหม่มีวินัย รักถิ่นฐาน New Generation : We Change World Change ซึ่งจัดโดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับ ศูนย์คุณธรรม สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก เลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สุภัทร จำปาทอง) เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น Youth Voice Forum ณ ห้องกำแหง พลางกูร ชั้น 3 อาคาร 56 ปี สกศ. มีผู้แทนสภานักเรียนระดับประเทศ ผู้แทนสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ผู้แทนศูนย์การเรียนนอกระบบ พร้อมด้วยคณะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนอาชีวศึกษา นิสิต นักศึกษาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวน 100 คน ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปปลี่ยนเรียนรู้แบบ World Café เสนอแนวคิดสร้างวินัยในการอยู่ร่วมกัน ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคมอย่างสันติสุข เคารพศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน ผ่านประเด็นคำถาม 4 กลุ่มคำถาม ได้แก่ 1. วินัยมีคุณค่า และมีประโยชน์กับตัวเรา สังคม และประเทศชาติอย่างไร 2. เราจะสร้างวินัยอย่างสนุกสนานได้อย่างไร 3. หากมีถุงมือวิเศษทานอส มีอำนาจที่สามารถทำอะไรก็ได้จะทำอะไรบ้าง และ 4. อยากเห็นบรรยากาศ สถานที่ คน เช่น ครู นักเรียนเป็นแบบไหนที่จะสร้างวินัยของเราได้

          ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่ สกศ. และเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาใช้เวทีนี้สำหรับแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคนรุ่นใหม่ ผู้แทนเยาวชน 100 คน ถือเป็นตัวแทนคนอีก 10 ล้านคน ถึงแม้เป็นคนส่วนน้อยแต่ก็มีความหนักแน่นด้านความคิดริเริ่มที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะประเด็นการสร้างวินัยเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นพื้นฐานสำหรับคนไทย ซึ่งเป็นเวทีที่ดีในการรับฟังความคิดเห็นคนรุ่นใหม่ในการเสนอแนวคิดการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับคนไทยในอนาคต

          นายธาดา เศวตศิลา ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน สกศ. และประธานคณะทำงานที่ 5 สร้างอิทธิพลข่าวสารและสื่อสารการตลาด ในคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ (อนุ กกส.เฉพาะกิจ) ด้านการสร้างพลเมืองดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือของเครือข่ายทั้งหมดช่วยกันเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากหลากหลายกลุ่มได้สะท้อนตัวตนและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เหมาะสมในศตวรรษที่ 21 ภายใต้แนวคิด “สร้างพลเมืองดี มีวินัย รักถิ่นฐาน” มีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ในการอยู่ร่วมกัน ทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคมอย่างสันติสุข เคารพศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะแนวทางการสร้างวินัยอย่างไรในการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้ประเทศเกิดความสันติสุข 2) เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนในด้านการศึกษา สังคม และประเทศ รวมถึงแนวความคิดของเด็กและเยาวชนว่าต้องการเห็นสังคมไทยเป็นแบบใด ตลอดจนมีวิธีการสื่อสารเพื่อลดการสร้างความแตกแยก ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และ 3) เพื่อส่งเสริมให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมที่มีวินัย สื่อสารกันด้วยด้วยสันติวิธี

          รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวทิ้งท้ายการจัดเวทีในครั้งนี้ว่า “ทำอย่างไรให้ระเบิดจากข้างใน ถ้าเราเปลี่ยนตัวเราได้ ในอนาคตข้างหน้าโลกจะเปลี่ยนแปลงมากมาย (โลกยุคดิจิทัล) คนที่ชาญฉลาด รู้เท่าทัน มีวินัยในตนเอง มีวินัยต่อสังคม รู้วิธีการจัดการชีวิตให้อยู่ในสังคมได้เท่านั้นที่จะรอด ในอนาคตอัตราการฆ่าตัวตายจะเพิ่มขึ้น WHO คาดการณ์ว่า suicidal rate จะเป็นอัตราตายลำดับที่ 2 รองจาก noncommunicable disease (เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจหลอดเลือด) จากปัจจุบันอยู่ที่ 2 คนต่อวัน โลกหมุนเร็ว เป็น fast life เราคิดว่าเรา change ตัวเรา เราจะไม่ข้องแวะกับภาวะซึมเศร้า แล้วคนรอบข้างจะสัมผัสได้ถึงรัศมีความดีของเรา คนแรกที่จะได้อานิสงส์ คือ ตัวเราเอง คนในครอบครัวก็จะได้อานิสงส์ตามไปด้วย เมื่อเราประพฤติอย่างไร ลูกหลานที่ดูเราก็จะทำแบบนั้น นี่คือ key word ของ #WeChangeWorldChange และเป็นกำเนิด #กุศลเซลล์ และจะทำให้ไม่เกิด #อกุศลโครโมโซม จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศที่ไม่จำเป็นต้องรอนโยบายใดๆ ที่บ่อยครั้งคุยกันไม่รู้เรื่อง...”

          ทั้งนี้ ผู้แทนเยาวชนได้ร่วมกันกำหนดกรอบแนวทางการสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ มีวินัย รักถิ่นฐาน ที่มีสาระสำคัญ คือ การให้นิยามความหมายคำว่า วินัย ในมุมมองของผู้แทนเยาวชนจากหลากหลายสถาบัน ซึ่งมีมุมมองหลากหลายแตกต่างกันไป เช่น วินัย เหมือนต้นไม้ค่อยเติบโต หยั่งรากลึกลงอย่างมั่นคงผ่านกาลเวลา วินัย คือ สิ่งเชื่อมผู้คนที่หลากหลายให้อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนเหมือนแถบรุ้งที่ไล่โทน วินัย คือ สัญญาณไฟ ต้องรู้จักอดทน รอเวลา วินัยจากบันไดเลื่อนเป็นตัวอย่างง่ายๆ ที่เราจะยืนต่อกันเพื่อระเบียบส่วนรวมด้วยการมีวินัย ส่วนตัว วินัย เหมือนดอกไม้ ต้องบำรุงให้ดีจึงจะสวยงามอยู่เสมอ วินัย เหมือนการให้ทางรถฉุกเฉินเป็นไปโดยอัตโนมัติเพื่อสังคมและผู้คน วินัย เหมือนมือถือ เราใช้มันอย่างสม่ำเสมอแบบไม่ต้องกำหนดบังคับใดๆ วินัย เหมือนตื่นเช้าแล้วเก็บที่นอนเอง เริ่มต้นได้ง่าย ทำได้ทันที เริ่มที่ตัวเอง และวินัย ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่เป็นอิสระที่เราไม่เบียดเบียนใครทั้งตนเองและผู้อื่น เติบโตอย่างยั่งยืน ฯลฯ โดยสรุป นิยามความหมายของวินัย หมายความถึง การเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากในสังคมมีความเท่าเทียม ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สังคมก็จะมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตนไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ดี ศูนย์คุณธรรม จะสานต่อกระบวนการสร้างพลเมืองรุนใหม่ มีวินัย รักถิ่นฐาน โดยส่งเสริมให้เยาวชนที่สนใจ เป็น “ยุวทูตทางวินัย” โดยให้ทำคลิปบอกว่า “ตัวเองอยากเปลี่ยนแปลงเรื่องอะไรใกล้ตัวมากที่สุด” และศูนย์คุณธรรมจะทำเป็น viral clib คัดเลือกเพื่อมอบเกียรติบัตรให้เป็นยุวทูตด้านวินัย แข่งกันทำดีที่เป็นพลังบวก ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนและสังคมได้.


เขียนข่าว : นางสาววิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อรณรงค์ทางสังคม

004 

 

          วันที่ 6 มีนาคม 2562 ศูนย์คุณธรรม โดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ 2 พร้อมคณะทำงานโครงการส่งเสริมองค์กร สุขภาวะภาคเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม จัดเวที แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมคุณธรรมให้กับภาคีองค์กร สุขภาวะภาคเอกชน ได้มีส่วนร่วมเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อน งานด้านการส่งเสริมคุณธรรมในองค์กรภาคธุรกิจ เพื่อให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ที่วางไว้ร่วมกัน คือ เป็นองค์กรธุรกิจที่ใส่ใจสังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นส่งเสริมพฤติกรรมดี มิติด้านความดีในทุกๆ มิติไปด้วยกัน เพื่อยกระดับสู่องค์กรธุรกิจคุณธรรมที่มีความยั่งยืน ขยายผลสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมโดยรอบองค์กร โดยมีผู้อำนวยการ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านการ ส่งเสริมองค์กรคุณธรรม ให้คำแนะนแนวทางการพัฒนาองค์กร ธุรกิจคุณธรรม และออกแบบกระบวนการส่งเสริมองค์กรธุรกิจคุณธรรม ในรูปแบบ “ไม่ทำเดี่ยว แต่ทำไปด้วยกันเป็นขบวน” ร่วมกับ ศูนย์คุณธรรม มูลนิธิหัวใจอาสา และ สสส. มีผู้แทนจากหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มูลนิธิอาชีวะเวชศาสตร์ไทย ริกิการ์เม้นส์ จำกัด สมาคมบรรจุภัณฑ์โลหะไทย สมบูรณ์กรุ๊ป และผู้แทนจากองค์กรธุรกิจส่งเสริมคุณธรรมเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการส่งเสริมองค์กรธุรกิจคุณธรรม กว่า 30 คน.


เขียนข่าว : นางสาวพัลลภา ฉัตรทอง / กลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม

ถ่ายภาพ : นางสาวพัลลภา ฉัตรทอง / กลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม

S 19193890 

 

       วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม ร่วมบันทึกเทปรายการ "ฮีโร่ต้านโกง " ตอน "บ้านโนนไชยงาม" ต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ (NBT) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ณ ชุมชนบ้านโนนไชยงาม ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ

       โดยเข้าพบและสัมภาษณ์ นายบุญหนา บัวศรี ผู้ใหญ่บ้าน ถึงการส่งเสริมปลูกฝังคุณธรรม และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เช่น ธนาคารโค ธนาคารข้าว โรงกรองน้ำของชุมชน รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ คือการเลี้ยงกบ ส่งผลให้คนในชุมชนมีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดหนี้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มากขึ้น
บ้านโนนไชยงาม เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ดำเนินกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้าน โดยยึดมั่นในหลักการพึ่งพาตนเอง ความเห็นพ้องต้องกัน ด้วยการประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน เป็นรูปธรรมของชุมชนที่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้าน ที่เข้าร่วมขับเคลื่อนสู่การเป็นจังหวัดส่งเสริมคุณธรรม เมืองศรี อยู่ดีมีแฮง ร่วมกับศูนย์คุณธรรม และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ในปีที่ผ่านมา


เขียนข่าว : : นางสาวสาริณี ถูกจิตร / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงและรณรงค์ทางสังคม

001 

 

          วันนี้ (1 มีนาคม 2562) พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายก รัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าว “การลงนามบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย” พร้อมด้วย ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตรี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ณ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ชั้น 16 อาคารวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยา ลัยมหิดล (CMMU) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร

          ทั้งนี้ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบ นโยบายด้านการวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง วช. และ ศูนย์คุณธรรม โดยมีเป้าหมาย ร่วมกันที่จะร่วมมือในการดำเนินการด้านการวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเป็นคนดี ที่เก่ง และมีความสุข มีความพร้อมทั้ง กาย ใจ สติปัญญา เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัย มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมดำเนินการด้านการวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ร่วมทำหน้าที่ สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) ในยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ สนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมให้ภาคีเครือข่ายและสมัชชาคุณธรรม ในการส่งเสริมให้คนไทยเป็นพลเมืองคุณธรรม (พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา)

          ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัย แห่งชาติ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ระบบพฤติกรรมไทย อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ แต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบพฤติกรรมไทย (คพท.) ทำหน้าที่กำกับดูแล ดำเนินการในลักษณะ ศูนย์เฉพาะทางที่ใช้วิชาการทางจิตพฤติกรรมศาสตร์ที่เป็นโมเดลทางบวก คือ การเสริมสร้างและป้องกัน หรือส่งเสริมสนับสนุนให้คิดดี ทำดี ใน 3 มิติ คือ 1. มิติด้านการวิจัย เน้นการวิจัยและพัฒนาคนไทย 2. มิติด้านสาขาวิชาการ เน้นด้านจิตพฤติกรรมศาสตร์ 3. มิติด้านหน่วยงาน เน้นบทบาทเป็นหน่วยงานกลางของประเทศ โดยมีหน้าที่ ดังนี้ 1.กำหนดนโยบายและแนวทาง ในการดาเนินงานด้านการพัฒนาระบบพฤติกรรมไทยให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ 2. วิจัยและจัดหาแหล่งทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยระบบพฤติกรรมไทย 3. รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลที่ได้จากการวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์ 4. ประสานนโยบาย แผน และการปฏิบัติการวิจัยระบบพฤติกรรม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ 5. พิจารณาเรื่องการศึกษาและฝึกอบรมด้านพฤติกรรมศาสตร์ ทั้งนี้ บทบาทหน้าที่ของ วช. ในความร่วมมือครั้งนี้ว่า วช. จะร่วมกับศูนย์คุณธรรม ในการสนับสนุนผลงานหรือกิจกรรมด้านการวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย ภายใต้แผนการดำเนินงานของ วช. ประจำปี พ.ศ. 2562 ร่วมกันขยายผลของการวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย สู่การพัฒนาที่พึงปรารถนาของคนไทย ร่วมกันเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการ/กิจกรรมต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือสู่สาธารณชน

          รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตรี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรม ในฐานะองค์กรเชื่อมโยง ประสานเครือข่ายทางสังคม และรณรงค์ขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมสู่สังคมสันติสุข ได้ขับเคลื่อนงานด้านคุณธรรมที่สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยทิศทางการดำเนินงานต่อไปมุ่งเน้นขับเคลื่อนและสร้างบรรยากาศส่งเสริมคุณธรรมด้วยพลังทางวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเป็นคนดี ที่เก่ง และมีความสุข มีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

          แผนการดำเนินงานต่อไปของศูนย์คุณธรรม คือ การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทยที่เชื่อมโยงงานศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ระบบพฤติกรรมไทย (ศท.) เข้ากับภารกิจของศูนย์คุณธรรม โดยงานที่สำคัญประกอบไปด้วย ๑. วิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย โดยจัดทำรายงานสถานการณ์คุณธรรมสังคมไทย และชุดโครงการวิจัยการสร้างระบบนิเวศมนุษย์เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ในมิติคุณธรรม ๒. บริหารจัดการองค์ความรู้ระบบพฤติกรรมไทยเพื่อขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และสร้างกระบวนการเรียนรู้จากเวทีสมัชชาคุณธรรมในระดับภาค และระดับชาติ ดังนั้น ภารกิจของงานวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย จึงเชื่อมร้อยอยู่กับงานสมัชชาคุณธรรม และสถาบันพัฒนาวิทยากรคุณธรรม และจากการที่สังคมไทยก้าวสู่สังคมดิจิตอล งานศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นอีกงานหนึ่งที่ศูนย์คุณธรรมให้ความสำคัญและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยศูนย์คุณธรรมได้พัฒนาระบบบริหารจัดการเชิงบูรณาการ (Moral Center Big Data) ร่วมกับ NEXTGOV และพัฒนาแอปพลิเคชัน “Moral Touch” เพื่อทำให้คนในสังคมเข้าถึงนวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านคุณธรรมได้สะดวกสบายมากขึ้น กล่าวโดยสรุป แผนการดำเนินงานของศูนย์คุณธรรม คือการเชื่อมร้อยงานวิจัยและนวัตกรรมระบบพฤติกรรมไทย งานสมัชชาคุณธรรม สถาบันพัฒนาวิทยากรคุณธรรม และงานศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างพลังในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมคุณธรรม.


เขียนข่าว : นางสาววิชดานฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงและรณรงค์ทางสังคม

002 

 

       วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม นำโดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เข้าพบ คุณสุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด หารือแนวทางการพัฒนาองค์กรคุณธรรม ณ ห้องประชุมกระบี่ ชั้น 25 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

       รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กล่าวแนะนำบทบาท และทิศทางของศูนย์คุณธรรม ที่มุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรคุณธรรม โดยเน้นย้ำ หัวใจหลักของการทำองค์กรคุณธรรม ต้องเริ่มต้นจากตนเอง แล้วจึงขยายผลสู่องค์กร ผ่านกระบวนการ “ปัญหาที่อยากแก้ ความดีที่อยากทำ” ซึ่งการทำองค์กรคุณธรรมนั้น จำเป็นต้องใช้หลักการ “เสริมพลังบวก ฝึกจับถูกมากกว่าจับผิด” สมาชิกในองค์กรมีความสุขในการทำงาน จึงจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมองเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนั้น ต้องมองว่าคุณธรรม คือ เรื่องของ “พฤติกรรม” ถ้าพฤติกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็น พฤติกรรมดี ก็จะทำให้ครอบครัว สังคม และชุมชน เกิดความสงบสุข

       ด้านคุณสุพัตรา จิราธิวัฒน์ กล่าวถึงแนวทางในการบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ยึดหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน ประหยัด ขยันขันแข็ง มานะบากบั่น และต้องซื่อสัตย์ พร้อมยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้แนวคิด “การทำธุรกิจ นอกจากต้องคำนึงถึงเรื่องผลประกอบการแล้ว ในเรื่องของจรรยาบรรณกับศีลธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติควบคู่กันไป ไม่อาจละเลยได้” โดยจะมอบนโยบายให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลรับและนำไปประสานงานเพื่อวางแผนดำเนินการต่อไป.


เขียนข่าว : นายจักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : นายปรัชญา กาญจนสอาด / กลุ่มงานสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงและรณรงค์ทางสังคม