A- A A+

เมนู

005 

 

          11 พ.ย.2562 นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ คุณสุขุมาล มลิวัลย์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมเครือข่ายทางสังคม และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม ร่วมกิจกรรมในโครงการทำบุญผ้าไตรจีวร รีไซเคิล จากขวดพลาสติก เพื่อส่งมอบขวดพลาสติกให้กับวัดจากแดง จ.สมุทรปราการ นำไปทำผ้าไตรจีวร ณ บริเวณชายหาด ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลพัทยา บีช จ.ชลบุรี


          โดยมี Mr. Markland Blaiklock รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ของเครือบริษัทเซ็นทรัลกรุ๊ป กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดทำโครงการ “SAVE THE OCEAN” ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดโดย บริษัทเครือเซ็นทรัลกรุ๊ปและองค์กรภาคีเครือข่าย โครงการนี้เกิดจากแนวคิด ที่ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาในระบบนิเวศน์ทางทะเล จึงจัดทำกิจกรรมรณรงค์รับบริจาคขวดพลาสติก เพื่อลดปัญหาการทิ้งขยะไม่ถูกที่เรียกว่า “POP FISH” (ถังขยะสัญลักษณ์รูปปลา) ขึ้นเพื่อรับบริจาคขวดพลาสติก สำหรับนำไปรีไซเคิลเป็นผ้าไตรจีวร โดยคาดหวังว่าโครงการฯ นี้จะช่วยกระตุ้นให้คนในสังคมเกิดความตระหนัก และใส่ใจในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม

          โครงการฯ นี้มีระยะเวลาดำเนินการไปจนถึงปลายปี 2020 โดยจะมี “POP FISH” วางตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งพัทยาเหนือ กลาง ใต้ และขอเชิญชวนประชาชน หน่วยงานองค์กรร่วมกันขับเคลื่อนโครงการฯ นี้ให้ประสบความสำเร็จ และบรรลุตามเป้าหมายฯ ต่อไป

 

 


เขียนข่าว/ถ่ายภาพ : สาริณี ถูกจิตร / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 

005 

 

          วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมจริยธรรม ในคณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมจริยธรรมฯ ณ อาคารสุขประพฤติ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยมีวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญ คือ การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

          โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ กำหนดให้รัฐจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม โดยได้หารือกับกองกลางบริหารงานบุคคลทุกกอง และให้จัดทำประมวลมาตรฐานจริยธรรมขององค์กร/หน่วยงาน ซึ่งมาตรฐานทางจริยธรรม เน้นความครอบคลุมข้าราชการรัฐทุกประเภท และกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการ ประกอบด้วย 1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดีและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ 3. ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม 4.ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และมีจิตสาธารณะ 5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน 6. ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม 7.ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ เพื่อเป็นมาตรฐานกลางสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ และให้กำหนดกลไกจัดทำประมวลจริยธรรมโดยใช้มาตรฐาน ทั้ง 7 ข้อดังกล่าว ความแตกต่างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ การฝ่าฝืนจริยธรรม ไม่ถือว่าผิดวินัย แต่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐอาจจัดทำข้อกำหนดจริยธรรมและหัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้กำกับดูแลจริยธรรมอย่างเคร่งครัด โดยใช้กลไกของการบริหารงานบุคคล

          นอกจากนี้ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ยังทำให้เกิดคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม โดยมี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานคณะกรรมการ และนายสีมา สีมานันท์ เป็นรองประธานคณะกรรมการ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน ทั้งนี้ มาตรฐานทางจริยธรรม เน้นกระบวนการบริหารงานบุคคลเป็นกลไกสำคัญ โดยเป็นการส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคคลในตำแหน่งหน้าที่การงาน และควรมีมาตรการบังคับลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม เป็นการยั้งประโยชน์ไม่ให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงานระดับหนึ่ง โดยใช้กระบวนการบริหารงานบุคคลเป็นกลไกส่งเสริมคนดีให้ขึ้นมาปกครอง

          ด้าน รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ได้ให้ความเห็นต่อคณะอนุกรรมาธิการฯ ต่อแนวทางการส่งเสริมคุณธรรม โดยยกตัวอย่างการส่งเสริมคุณธรรมเชิงพื้นที่ของโรงเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ เน้นการพัฒนาโดยใช้ระบบนิเวศน์ และหลักการพัฒนาเชิงบวก ซึ่งการพัฒนาคุณธรรมของเด็กสามารถเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของตัวเด็กเอง และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพ่อแม่ด้วย ถือเป็น “จุดคานงัด” ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมดังกล่าว การพัฒนาสามารถดำเนินการได้ทั้ง 2 แบบ คือ outside in (จริยธรรม) และ inside out (คุณธรรม) โดยขอให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและจิตสำนึกด้านคุณธรรมในตัวบุคคลด้วยเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ สถานการณ์คุณธรรมทางสังคมของเด็กและเยาวชนนั้น วิกฤตในเรื่องจิตสำนึกสาธารณะบกพร่อง สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ เด็กเยาวชนกลุ่มนี้จะเติบโตเข้ามาทำงานอยู่ในระบบต่าง ๆ ของสังคมต่อไป จึงเสนอให้มีการเสวนาวิชาการ 6 แพลตฟอร์ม ในการประชุมหารือเพื่อให้เกิดเป็นภาพสะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เป็นจุดของการขับเคลื่อนคุณธรรมในภาพรวมของสังคมไทย โดยให้กำหนดประเด็นการเสวนาและกำหนดการจัดงานเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบและมอบหมายให้ศูนย์คุณธรรม เป็นผู้ออกแบบการจัดเสวนาดังกล่าว

 

 


เขียนข่าว : กลุ่มงานยุทธศาสตร์

เรียบเรียง : กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 

005 

 

          วันที่ 30 ตุลาคม 2562 คณะกรรมการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นำโดย นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย นายอดิศักดิ์ภาณุพงศ์ นายธาดา เศวตศิลา นางสาวรังสิมา จารุภา นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย พลเอกศรุต นาควัชระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการศูนย์คุณธรรม นายสมเกียรติ พันธรรม ผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม นายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นางสาวรัตนา สรภูมิ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนคุณธรรม ร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอดนวัตกรรมศาสตร์พระราชา ศึกษาดูงานเส้นทางศาสตร์พระราชา ป่าไร่นาสวนผสม จาก มหาชีวาลัยอีสาน (สถาบันภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน) สู่อุทยานการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยชีวิตสร้างองค์ความรู้คู่ชาวอีสาน ณ จังหวัดคุณธรรม “บุรีรัมย์เมืองสันติสุข 9 ดี” จังหวัดบุรีรัมย์

          การประชุมสัญจรของคณะกรรมการศูนย์คุณธรรมครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2562 ณ ศาลารักพ่อ โรงแรมเพลา เพลิน บูติค รีสอร์ท โรงแรมในคูเมือง ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ภายหลังจากคณะกรรมการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม เดินทางถึงสนามบินบุรีรัมย์ เวลา 10.00 น. โดยประมาณของวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงเรียนมารีย์อนุสรณ์ โรงเรียนคุณธรรมตามวิถีคริส ภายใต้การส่งเสริมและสนับสนุนของศูนย์คุณธรรม เป็นโรงเรียนเอกชน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่นี่เริ่มวิเคราะห์อัตลักษณ์ของโรงเรียน ตั้งแต่ ปี 2553 และขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมตามอัตลักษณ์ของโรงเรียนและคุณลักษณะของนักเรียนที่ว่า “ลูกมารีย์รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง” ตั้งแต่ ปี 2558 โดยมีศูนย์คุณธรรม เป็นพี่เลี้ยงหนุนเสริมกระบวนการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม ด้วยปัญหาที่อยากแก้ ความดีที่อยากทำ “จะทำอย่างไรให้เกิดความรัก ... ฉันต้องทำได้ ไม่ใช่แค่ท่องจำ” ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ทุกวัน ทุกเวลาจนเกิดเป็นพฤตินิสัย ทั้งนี้ โรงเรียนมารีย์อนุสรณ์ มีโรงเรียนในเครือมารีย์อนุสรณ์ จำนวน 11 โรงเรียน และทั้ง 11 โรงเรียนตั้งเป้า เป็นโรงเรียนส่งเสริมคุณธรรม ภายในปี 2562โดยแยกตามคุณลักษณะของนักเรียน ดังนี้ “รักเมตตา” คือ รักตนเอง และผู้อื่น เสียสละ เห็นอกเห็นใจ มีน้ำใจ แบ่งปัน และช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสุภาพอ่อนโยน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและรู้จักให้อภัย “ซื่อสัตย์” คือ ดำรงอยู่ในศีลธรรม ซื่อตรง จริงใจ ประพฤติชอบต่อตนเองและผู้อื่น ไม่คดโกง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น “กตัญญู” คือ เคารพ เชื่อฟัง ให้เกียรติบิดา มารดา และผู้มีพระคุณ มีความนบนอบ ตระหนักในความดีที่ผู้อื่นมอบให้ตน รู้จักตอบแทนบุญคุณ รู้คุณสถาบันและแผ่นดิน “พอเพียง” คือ พอใจในสิ่งที่ตนเป็นและประหยัดอดออม มีชีวิตอยู่อย่างเรียนง่าย รอบคอบ และมีความสุข จากนั้น เดินทางไปยัง ศาลารักพ่อ โรงแรมเพลา เพลิน บูติค รีสอร์ท ประชุมคณะกรรมการศูนย์คุณธรรม ครั้งที่ 48 (2/2563) พบปะ พูดคุยกับเครือข่ายขับเคลื่อน “บุรีรัมย์เมืองสันติสุข 9 ดี” และร่วมกิจกรรมบอร์ดเกมศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนสากล ถอดรหัสศาสตร์พระราชา เตรียมลงพื้นที่ศึกษาดูงานนวัตกรรมศาสตร์พระราชา ป่าไร่นาสวนผสม จาก มหาชีวาลัยอีสาน (สถาบันภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน) สู่อุทยานการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยชีวิตสร้างองค์ความรู้คู่ชาวอีสาน และศูนย์การเรียนรู้ “โรงเรียนชุมชนอีสาน” บ้านพ่อคำเดื่อง เกษตรกรแดนอีสาน เจ้าของวลี “คนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี” จัดอบรมและสาธิตเกี่ยวกับวิถีเกษตรธรรมชาติ เช่น การแก้ปัญหาดินเค็ม ทำอย่างไรให้ดินดี การปลูกพืชผสมผสานเกื้อกูลกัน เข้าใจวิธีการปลูกพืชเศรษฐกิจ ประโยชน์ของการปลูกป่า ทดลองการปลูกพืช รวมทั้งเป็นแหล่งเพาะชำกล้าไม้ต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายและแจกจ่ายชาวบ้าน ในวันที่ 31 ตุลาคม 2562

          นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า “การเดินทางตามรอยพ่อ ศึกษาคุณธรรมศาสตร์พระราชา ณ แหล่งเรียนรู้มีชีวิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ณ มหาชีวาลัยอีสาน ศูนย์การเรียนรู้พ่อคำเดื่อง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสองเส้นทางศึกษาเรียนรู้ ในเส้นทางตามรอยพระราชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จากหนังสือโครงการตามรอยพระราชา “The King’s Journey” ซึ่งเป็นการคัดเลือกโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กว่า 4,741 โครงการทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย คัดสรรเป็นเส้นทางตามรอยพระราชา จำนวน 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้ เพื่อให้คณะครูอาจารย์ ลงพื้นที่เรียนรู้ศึกษานวัตกรรมศาสตร์พระราชา พร้อมทำกิจกรรมเสริมทักษะเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้กรรมการศูนย์คุณธรรม ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม ตลอดจนเครือข่ายทุกท่านได้สัมผัส เรียนรู้ เข้าใจ และเข้าถึงคุณธรรมด้วยการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันของทุกคน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นสิริมงคลแก่ตนเองตลอดไป

          ด้าน รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ชื่นชมและให้กำลังใจภาคี เครือข่ายจังหวัดบุรีรัมย์ที่ร่วมกันขับเคลื่อนพื้นที่ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัดบุรีรัมย์ สู่จังหวัดคุณธรรมต้นแบบ ด้วยโมเดล “บุรีรัมย์เมืองสันติสุข 9 ดี” และยินดีสนับสนุนเครื่องมือ กระบวนการพัฒนาองค์กรคุณธรรม เพื่อขับเคลื่อนให้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดคุณธรรมตามศาสตร์พระราชา ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรม ยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสื่อสาร เผยแพร่กิจกรรม “บุรีรัมย์เมืองสันติสุข 9 ดี” เพื่อให้กำลังใจภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนงานคุณธรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้พี่น้องในพื้นที่รับรู้ และเข้าใจ ตลอดจนเข้าถึงคุณธรรมพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ร่วมปลูกจิตสำนึกคนไทยให้มีความศรัทธา ความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยทุกคน จนก่อเกิดเป็น “ศาสตร์พระราชา” ที่ชาวบ้านนำมาปฏิบัติตามจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้

          โครงการตามรอยพระราชา “The King’s Journey” เป็นความร่วมมือระหว่าง ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มูลนิธิธรรมดี และบริษัททิพยประกันภัย นำคณะครูจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เรียนรู้นวัตกรรมศาสตร์พระราชา การพัฒนาแบบยั่งยืนควบคู่การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกิจกรรม “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ท่องป่าไร่นาสวนผสมมหาชีวาลัยอีสาน สู่อุทยานการเรียนรู้ ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้ เส้นทางตามรอยพระราชา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการร่วมกันสานต่อพระราชปณิธาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา “ศาสตร์พระราชา” พร้อมร่วมกันสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้และปลูกฝังคุณธรรม 4 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ให้กับเยาวชนต่อไป.

 

 

ภาพบรรยากาศงาน


เขียนข่าว : วิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 

005 

 

          เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการ 2 (รักษาการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ 1) และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม ร่วมงานประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรคุณธรรม และการอบรมเชิงปฎิบัติการ "พัฒนาองค์กรคุณธรรม" ของสถานีโทรทัศน์เอ็มคอตเอชดี หรือ ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ภายใต้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ และการบรรยายเรื่อง "สร้างความเข้าใจการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม" ให้กับผู้บริหาร และพนักงาน อสมท. จำนวน 50 คน โดย นายยงจิรายุ อุปเสน ณ ห้องประชุม MCOT Academy ชั้น 6 อาคารปฎิบัติการฯ บมจ.อสมท.

          รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กล่าวว่า การประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรคุณธรรมของ ช่อง 9 MCOT HD จะไม่ได้หยุดอยู่ที่ การได้เป็นองค์กรคุณธรรม วันหนึ่งจะต้องก้าวขึ้นสู่องค์กรคุณธรรมต้นแบบ เป็นองค์กรสื่อมวลชนต้นแบบระดับประเทศ ที่ผู้บริหาร และบุคลากร ต่างมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองจนสามารถยกสถานะเป็น “องค์กรคุณธรรมต้นแบบ” ได้ในที่สุด ต่อไปนี้เราจะช่วยกันรณรงค์เรื่องคุณธรรมเราทำได้ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า “คนไทยทุกคนก็ทำดีได้ ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว คุณธรรมเราทำได้” ศูนย์คุณธรรมยินดีที่ได้มีส่วนร่วมเป็นกลไกในการช่วย ช่อง 9 MCOT HD ขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม และพร้อมสนับสนุนให้ผู้บริหาร พนักงานทุกท่านคืนกำไรสู่สังคม ด้วยการทำความดีส่งผลต่อประโยชน์ส่วนรวมและต่อสังคม โดยเริ่มต้นด้วยการสัญญากับตัวเองว่า “ความดีที่เราอยากทำ ปัญหาที่เราอยากแก้ เราจะเปลี่ยนที่ตัวเรา จากลบเป็นศูนย์ เริ่มต้นที่ หนึ่งพฤติกรรมดี” จากความตั้งใจดีของทุกคน สู่การสร้าง ช่อง 9 MCOT HD เป็นองค์กรคุณธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

          งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวต้อนรับ ผู้อำนวยการ และคณะจากศูนย์คุณธรรม พร้อมนำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรคุณธรรม ในฐานะสื่อมวลชนของประเทศว่า “...จะขับเคลื่อน อสมท. ภายใต้อัตลักษณ์ มุ่งสู่องค์กรคุณธรรม ตามค่านิยม Transparency Trust & Spirit" เพื่อให้ผู้บริหารได้เป็นแบบอย่างและถ่ายทอดไปยังพนักงานทุกระดับได้ปฎิบัติตาม โดยจะมีแผนการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมอย่างชัดเจน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์ ปฎิบัติได้จริง สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงาน เริ่มตั้งแต่ ปี 2563 เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตนเองและประชาชน

 

 


เขียนข่าว : สาริณี ถูกจิตร / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

เรียบเรียง : วิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 

005 

 

          เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2562 นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการ พร้อมด้วย นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและสมัชชาคุณธรรม และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ปลูกฝังคุณธรรม “สนุกคิด...คุณธรรมน้อง ๆ ทำได้” ให้กับนักเรียน ชั้น ป.5 - ป.6 ภายใต้โครงการให้เวลา ให้ความสุข โดย กองทุนเวลาเพื่อสังคม และภาคีเครือข่ายจิตอาสา ได้แก่ มูลนิธิเวิร์ลแชร์ มูลนิธิกองทุนไทย มูลนิธิหัวใจอาสา วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม ทีมจิตอาสา BadAttitude บริษัทริกิการ์เม้น และ บริษัท ซีพี มีนางสาวจิรัฐิพร จีนสายใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนน้ำตกห้วยสวนพลู กล่าวต้อนรับ คณะจิตอาสา และนางจารุวรรณ ชาญเดช รองผู้อำนวยการกองทุนเวลาเพื่อสังคม กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการให้เวลาให้ความสุข ณ โรงเรียนน้ำตกห้วยสวนพลู อ.บ้านคา จ.ราชบุรี

          โครงการให้เวลาให้ความสุข จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมสังคมแห่งการให้ และแบ่งปัน โดยเชิญชวนภาคีเครือข่ายจิตอาสา สละเวลาช่วยทำกิจกรรม แบ่งปันอุปกรณ์การเรียน ของเล่นเสริมทักษะ หนังสือนิทาน ฯลฯ ตลอดจนร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ปลูกฝังพฤติกรรมดีด้านความพอเพียง มีวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต และเรียนรู้งานจิตอาสาให้กับเด็กนักเรียน ชั้น ป.5 - ป.6 ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต และมอบความสุขให้กับเด็ก ๆ ได้แก่ ตุ๊กตาข้าวโพด (Corny doll) ซึ่งย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ จากมูลนิธิเวิร์ลแชร์ สมุดทำมือ (Paper Ranger) จากกองทุนเวลาเพื่อสังคม การซ่อม สร้าง หลังคา ก๊อกน้ำ กล้องวงจร และอื่น ๆ จากวิทยาลัยเทคนิคโพธาราม กิจกรรมชวนน้องฟังนิทาน วาดภาพ จากมูลนิธิหัวใจอาสาและกองทุนไทย และกิจกรรมปลูกฝังคุณธรรม “สนุกคิด...คุณธรรมน้อง ๆ ทำได้” โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) รวมทั้งกิจกรรม CPR การกู้ชีพเบื้องต้น โดยพี่ ๆ จาก BadAttitude

          กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากผู้จัดได้เรียนรู้งานจิตอาสา ผ่านการให้และแบ่งปันแล้ว ยังมีจิตอาสาจากหลากหลายหน่วยงาน เข้ามาร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันอย่างมีเต็มที่ พร้อมกับมอบรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คละเคล้าไปกับความสุข และคำขอบคุณจากทุกคน เพราะความสุขเป็นเพียงนามธรรมไม่สามารถจับต้องได้มีเพียงหัวใจที่จับต้องความสุขนั้นได้ คุณธรรมพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ก็เช่นเดียวกัน และสิ่งที่จิตอาสาได้มากกว่าการได้จัดกิจกรรมก็คือ “การเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน” ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาจิตอาสาในตัวของเราทุกคน

 

 


เขียนข่าว : สาริณี ถูกจิตร / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

เรียบเรียง : วิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 

Banner Recovered

ทุกความคิดเห็น มีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคมไทยสู่การขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม

จากแผนงานคนไทย 4.0 สู่ การพัฒนาตัวชี้วัดพฤติกรรมคุณธรรม

ทีมวิจัย ศูนย์คุณธรรม ขอความร่วมมือทุกท่าน กรุณาสละเวลาตอบแบบสอบถามตามลิงก์ด้านล่างนี้ ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 นี้

http://www.moralcenter.or.th/indicators

ข้อมูลที่ตอบจะเป็นข้อมูลตั้งต้นให้ทีมวิจัย นำไปพัฒนาตัวชี้วัดคุณธรรมต่อไป เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาองค์กรคุณธรรม สู่สังคมสันติสุขไปด้วยกันค่ะ ขอบคุณค่ะ

005 

 

          วันที่ 24 ตุลาคม 2562 นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและสมัชชาคุณธรรม นางสาววิชดา นฤวรพัฒน์ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม และเจ้าหน้าที่ ร่วมประชุมหารือกับ หน่วยงาน องค์กรความร่วมมือการขับเคลื่อนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่งเสริมคุณธรรม ปีงบประมาณ 2563 ภายใต้โครงการสมัชชาคุณธรรม และแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559 - 2564) ตั้งเป้า 3 ปี ขับเคลื่อนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดคุณธรรม สืบสาน รักษา และต่อยอด “อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่น่าท่องเที่ยวในระดับสากล” เป็นแหล่งเรียนรู้ น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภาคธุรกิจ การค้า และการบริการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วย Model สร้างสังคมคุณธรรม สู่สังคมสันติสุข ได้รับเกียรติจาก นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับ ณ ห้องมงคลบพิตร 1 ชั้น 4 อาคาร 4 ชั้น ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          ด้านพ่อเมือง นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนโมเดลจังหวัดคุณธรรม (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ทั้งนี้ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ได้กล่าวแนะนำศูนย์คุณธรรม และ Model สร้างสังคมคุณธรรม สู่สังคมสันติสุข ซึ่งออกแบบโดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ยกตัวอย่างรูปธรรมความสำเร็จของการขับเคลื่อนคุณธรรมใน 6 จังหวัดส่งเสริมคุณธรรมต้นแบบที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ได้แก่ พิจิตร พัทลุง ราชบุรี ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ซึ่งจะเข้ามาร่วมเป็นพี่เลี้ยงในการจัดทำแผนขับเคลื่อนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่งเสริมคุณธรรม เน้นกระบวนการสืบสาน รักษา และต่อยอดจากต้นทุนคุณธรรมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ จนเกิดกลไกการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          ด้านนายประมวล บุญมา กล่าวถึง วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิด แผนการดำเนินงาน ตลอดจนกระบวนการสมัชชาคุณธรรม และการขับเคลื่อนโมเดลจังหวัดคุณธรรม ปี 2563 ให้กับผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย หน่วยงานแกนนำเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่าย ได้แก่ 1) เครือข่ายภาครัฐ 2) เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน 3) เครือข่ายภาคการศึกษา 4) เครือข่ายศาสนา 5) เครือข่ายสื่อมวลชน 6) เครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน ครอบครัวเด็กและเยาวชน ได้เห็นภาพรวมแนวทาง วิธีการขับเคลื่อนงานตามโมเดลการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม สู่ สังคมสันติสุข และเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมประชุมเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนงานคุณธรรมร่วมกัน มีหน่วยงาน องค์กรความร่วมมือการขับเคลื่อนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่งเสริมคุณธรรม ปีงบประมาณ 2563 เข้าร่วมประชุม 25 หน่วยงาน จำนวน 60 คน​

 


เขียนข่าว : วิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

 

005 

 

         เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย นายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและสมัชชาคุณธรรม และเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วม ระหว่าง ศูนย์คุณธรรม กับ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย โดย นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานองค์กรความร่วมมือขับเคลื่อนจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดคุณธรรม ในปีงบประมาณ 2563 มี นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุม ร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร ผู้แทน 6 ภาคีเครือข่ายทางสังคมในจังหวัดเชียงราย และพระรัตนมุนี (ปุณณมี วิสารโท,ผศ.ดร.) เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เพื่อหารือกรอบแนวคิด แนวทางการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดคุณธรรม ตลอดจนแลกเปลี่ยนแผนการดำเนินงานกระบวนการสมัชชาคุณธรรม และโมเดลจังหวัดคุณธรรม ปี 2563 ภายใต้โครงการสมัชชาคุณธรรม และแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559 - 2564) มีผู้เข้าร่วมประชุม 91 คน จาก 62 หน่วยงาน ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลางจังหวีดเชียงราย จังหวัดเชียงราย

         นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวเปิดการประชุมโดยมีสาระสำคัญว่า “...คุณธรรมนั้น สอดแทรกอยู่ในองคาพยพของทุกเรื่อง ทุกส่วนในสังคม เราทุกคนต้องมีคุณธรรมในจิตใจ เอาชนะกิเลสให้ได้แม้จะเป็นเรื่องที่ยาก เราต้องร่วมกันสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นในทุกบทบาท หน้าที่ ทุกกลุ่มเป้าหมาย ขอให้ถือเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงแข็งแรง เพื่อมุ่งให้จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดคุณธรรมได้อย่างแท้จริง...”

         ด้าน รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้นำเสนอบทบาท ภารกิจของศูนย์คุณธรรมและโมเดลการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม และย้ำว่า ศูนย์คุณธรรม เป็นหน่วยขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคมด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่สังคมคุณธรรม เราส่งเสริมให้คนดีมีที่ยืน เพื่อสร้างจิตสำนึกของการอยู่ร่วมกันผ่านกระบวนการสมัชชาคุณธรรม โดยเปิดพื้นที่ให้เกิดตลาดนัดคุณธรรม ใช้กระบวนการเล่าสู่กันฟัง ชม แชร์ เชียร์ โชว์ เชื่อมโยงความดีของทุกภาคส่วน อันนำไปสู่การเปลี่ยนพฤตินิสัยของคน

         ทั้งนี้องค์กรภาคีเครือข่าย ทั้ง 62 หน่วยงาน ต่างยินดีให้ความร่วมมือ สนับสนุนการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงรายให้เป็นจังหวัดคุณธรรมต้นแบบ ตามโมเดลสร้างสังคมคุณธรรม สู่สังคมสันติสุข ให้เกิดเป็นรูปธรรม ภายใน 3 ปี

 


เขียนข่าว : จีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ และประมวล บุญมา/ กลุ่มงานขับเตลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและสมัชชาคุณธรรม

ถ่ายภาพ : บุญญานนท์ ศรีโท / กลุ่มงานขับเตลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและสมัชชาคุณธรรม

เรียบเรียง : วิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

 

005 

        

          เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เป็นประธานเปิดการประชุมเตรียมความพร้อมขยายผลการขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ ปีงบประมาณ 2562 ภายใต้โครงการสมัชชาคุณธรรมและการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เพื่อระดมความเห็นและแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนโมเดลจังหวัดคุณธรรม ระยะที่ 2 ณ ห้องบีบี 205 ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

          ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า แผนการดำเนินงานการขับเคลื่อนโมเดลจังหวัดคุณธรรม ในระยะ 2 นั้น เป็นการร่วมกันผนึกกำลังโดยยกตัวอย่างรูปธรรมความสำเร็จของการขับเคลื่อนคุณธรรมใน 6 จังหวัดส่งเสริมคุณธรรมต้นแบบที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ได้แก่ พิจิตร พัทลุง ราชบุรี ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ โดยส่งต่อแผนการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม ที่ได้ดำเนินการในปี 2562 และร่วมกันเป็นพี่เลี้ยงในการจัดทำแผนการขับเคลื่อนจังหวัดส่งเสริมคุณธรรม เน้นการขับเคลื่อนกระบวนการ จากต้นทุนด้านคุณธรรมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ จนเกิดกลไกการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วน

          รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวต่อว่า ศูนย์คุณธรรม ได้ดำเนินการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม จนเกิดเป็นรูปธรรม ใน 6 จังหวัดดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นต้นแบบ กลไก และกระบวนการส่งเสริมคุณธรรมในพื้นที่ เน้นการสร้างกระบวนการพัฒนาศักยภาพ จนทำให้จังหวัดส่งเสริมคุณธรรม ทั้ง 6 จังหวัด เปลี่ยนบทบาทเป็นพี่เลี้ยง เพื่อขยายผลความสำเร็จ สู่จังหวัดเป้าหมายการขับเคลื่อนจังหวัดส่งเสริมคุณธรรม 4 จังหวัดของศูนย์คุณธรรม ในปี 2563 ได้แก่ เชียงราย พระนครศรีอยุธยา สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี ซึ่งมีความสนใจที่จะพัฒนาเป็นจังหวัดส่งเสริมคุณธรรม สร้างเวทีร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้คนที่ทำงานในพื้นที่ ด้วยมิติคุณธรรมต่าง ๆ ตลอดจนนำเสนอผลลัพธ์และปัจจัยแห่งความสำเร็จในการส่งเสริมคุณธรรมในพื้นที่ โดยศูนย์คุณธรรม จะร่วมกับ 6 จังหวัดคุณธรรมต้นแบบ ส่งเสริม และสนับสนุนการขับเคลื่อนงานจังหวัดคุณธรรมเป้าหมายใหม่ ตลอดระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) สู่การเป็นจังหวัดคุณธรรม

 


เขียนข่าว : อสมา ปัทมะสังข์ / กลุ่มงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและสมัชชาคุณธรรม

ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

เรียบเรียง : เมธัส ศรีโมรา / กลุ่มงานศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

005 

 

            เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และ ดร.อัสนียา สุรรณศิริกุล ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร สำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทในกลุ่มสมบูรณ์ ผู้แทนมูลนิธิหัวใจอาสา คณะทำงานโครงการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะภาคเอกชน สนับสนุนโดย สสส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์คุณธรรม หารือแนวทางขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจคุณธรรม ร่วมกับ บริษัทเครือเซ็นทรัล ธุรกิจด้านโรงแรม และศูนย์การค้า ในพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้ พัฒนาสู่การเป็นองค์กรธุรกิจคุณธรรม ภายใต้หลักคุณธรรมพอเพียง วินัย สุจริต และจิตอาสา พัฒนาสู่พฤติกรรมดี

          ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายชัยพันธุ์ ทองสุธรรม ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา มาริส รีสอร์ท จอมเทียน นายขวัญชัย บุญอารีย์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า นางสาวรณิดา รตนชัยโชค ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช นายเจษฏา ถนอมชาติ ผู้จัดการสาขา เซ็นทรัลดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และผู้บริหารโรงแรมฯ ร่วมหารือแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจคุณธรรม (บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล ธุรกิจด้านโรงแรม และศูนย์การค้า) ในพัทยา จ.ชลบุรี ณ ห้องประชุมมาริส 2 โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา มาริส รีสอร์ท จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี

          โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา มาริสรีสอร์ท จอมเทียน พัทยา เป็นธุรกิจบริการที่ให้ความสำคัญกับการทำประโยชน์ต่อสังคม และให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ตลอดจนให้โอกาสในการสร้างคน และจัดให้มีกิจกรรมภายในส่วนงาน ได้แก่ โครงการ “เซ็นทารา แคร์” ชวนพนักงานขายสบู่ ขายปุ๋ย และกิจกรรม “ตลาดนัดคุณธรรม” ให้พนักงานนำของมาขาย เพื่อนำเงินไปทำประโยชน์ต่อสังคม เช่น มอบให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า, กิจกรรม No bag No bin รณรงค์ให้พนักงานไม่ใช้พลาติก และไม่ทานข้าวเหลือ และทิ้งขยะลงถัง, รางวัล Star of the Maris ยกย่องพนักที่มีพฤติกรรมดี เป็นตัวอย่างต่อพนักงานคนอื่น, การนำเศษอาหารมาผลิตปุ๋ย และ Bio Gas เพื่อนำกลับมาใช้ในโรงแรม รวมถึงลดการให้สารเคมี ลดการใช้น้ำ โดยการทดแทนน้ำในถังพักชักโครก เพื่อลดการใช้น้ำ จนมีหน่วยงานภายนอกเข้ามาศึกษาดูงาน, กิจกรรม lost & found “ของหายได้คืน” โดยมีการพูดคุยกับพนักงานทุกเช้า ในเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อเน้นย้ำให้เกิดเป็นพฤตินิสัย อยู่ในวิถีชีวิตของพนักงาน รวมถึงการสร้างห้อง Friendly design เพื่อให้ผู้พิการมาใช้บริการอย่างสะดวก และ การรณรงค์ให้พนักงานคัดแยกขยะพลาสติก เพื่อนำไปทำไตรจีวร แนวทางรักษ์โลกและบำรุงศาสนาไปพร้อมกัน โดยจะมีกิจกรรมส่งมอบพลาสติกให้กับวัดจากแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อนำไปทำผ้าไตรจีวร จากเส้นใยพลาสติก Recycle ฝีมือตัดเย็บโดยชุมชนบางกะเจ้า ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562

          ด้าน ดร.อัสนียา สุรรณศิริกุล ย้ำ การขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม ผู้บริหารต้องมีความมุ่งมั่น และพนักงานก็ต้องมีความเชื่อมั่น ศรัทธา ต่อผู้บริหารด้วย

 


เขียนข่าว : สาริณี ถูกจิตร / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ถ่ายภาพ : จักราชัย ทองเพ็ชร์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

เรียบเรียง : วิชดา นฤวรพัฒน์ / กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม